‘วันอ้วนโลก’ วิจัยชี้คนไทยอ้วน 1 ใน 3 ของประเทศ พังเศรษฐกิจนับหมื่นล้านบาท

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กทม. และ สสส. จัดงาน “วันอ้วนโลก World Obesity Day 2025” ภายใต้ธีม “Changing Systems, Healthier Lives“ การเปลี่ยนแปลงระบบเพื่อให้ชีวิตมีสุขภาพดีขึ้น โดยมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ สร้างความตระหนักรู้เรื่องโรคอ้วน พร้อมจัดเวทีเสวนา ปิดมุมมองโรคอ้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เมือง สุขภาพจิต
รศ.ดร.นพพล วิทย์วรพงศ์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ พูดคุยในหัวข้อ “โรคอ้วนกับแรงงานนอกระบบ” ว่า ปัจจุบันโรคอ้วนอยู่กับคนไทย 1 ส่วน 3 ของประเทศ สาเหตุของโรคอ้วนจำนวนหนึ่งเกิดจากการกินหวาน มันเค็ม ไม่ออกกำลังกาย เปรียบเทียบกับที่องค์การอนามัยโลก (WHO ) แนะนำจะพบว่าคนไทยกินหวานมากกว่าที่แนะนำ 6 เท่า และคนไทยจำนวนมากไม่ออกกำลังกาย ในภาพรวมพบว่าโรคอ้วนเป็นภาระต่อเศรษฐกิจในหลายระบบหลาย มิติแรก เป็นภาระต้นทุนต่อระบบสุขภาพ รัฐต้องแบกรับต้นทุนโรคอ้วน มิติที่ 2 ปกติแล้วเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็น เมื่ออ้วนขึ้นส่งผลทำให้การทำงานได้น้อยลง ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
จากการคำนวณมูลค่าความเสียทางทางเศรษฐกิจจากโรคอ้วนในประเทศไทยเมื่อ 10 ปีที่แล้วอยู่ที่ 12,143 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 0.13% ของจีดีพี เห็นภาพชัดเจนว่าโรคอ้วนเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจและสังคม ประเทศไทยมีแนวโน้มโรคอ้วนแตกต่างจากทั่วโลก กล่าวคือในประเทศทั่วโลก โรคอ้วนอยู่ในชนบทเป็นหลัก แต่ประเทศไทยคนอ้วนอยู่ในเมือง ผู้หญิงอ้วนกว่าผู้ชาย และผู้หญิงอยู่ในเมืองอ้วนกว่าผู้ชาย
ประเทศไทยมีแรงงานนอกระบบประมาณ 53 % ของคนในประเทศ แรงงานนอกระบบมีปัญหา 3 ด้านคือ แนวโน้มเจ็บป่วยสูง แนวโน้มบาดเจ็บสูง และแนวโน้มพิการสูง ทั้งหมดส่งผลต่อการอ้วนมหาศาล เพราะสาเหตุอ้วนมาจากรายได้น้อย การศึกษาน้อย บวกกับการทำงานนาน ขณะเดียวกันแรงงานนอกระบบต้องทำงานตลอดเวลา ประกอบกับต้องมาทำงานในเมือง ในพื้นที่ที่มีความปลอดภัยน้อย เกิดความเหงา ความเครียด ส่งผลการเป็นคนอ้วนชัดเจน นอกจากนี้แรงงานนอกระบบเมื่อป่วยเป็นโรคมักไม่ต้องการไปพบแพทย์ เพราะจะทำให้เสียโอกาสในการหารายได้ ดังนั้นการเป็นแรงงานนอกระบบซ้ำเติมความเป็นคนอ้วน







