ผู้สูงอายุ Archives - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย /ٲ/ผู้สูงอายุ/ Sun, 17 May 2026 17:12:20 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.4 https://web-cdn.chula.ac.th/web-dev/2026/07/favicon-1-150x150.webp ผู้สูงอายุ Archives - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย /ٲ/ผู้สูงอายุ/ 32 32 ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ ยกระดับเศรษฐกิจสูงวัย /clipping/303613/ Thu, 14 May 2026 11:24:15 +0000 /?post_type=clipping&p=408507 ผู้แทนจากภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ สถาบันวิชาการ และภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมการประชุมวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติ เรื่อง “แนวทางและนวัตกรรมโดยชุมชนเพื่อระบบการดูแล   ที่มีประสิทธิภาพและความพร้อมของชุมชนสู่เศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุม”(Community-Led Approaches and Innovations for Better Care Systems, and Community Resilience toward an Inclusive Silver Economy) ได้ร่วมจัดทำ “ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ” (Bangkok Recommendations) เพื่อกำหนดทิศทางร่วมในการเสริมสร้างระบบการดูแลโดยฐานชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุมในสังคมสูงวัย “ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ”(Bangkok Recoommendations)เป็นกรอบอ้างอิงร่วมกันสำหรับการ สานต่อความร่วมมือและพัฒนาเชิงนโยบาย ซึ่งผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายสามารถนำไปปรับใช้ได้ โดยครอบคลุม 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การดูแลระยะยาวและระบบการดูแลโดยชุมชน มาตรฐานการดูแลแรงงานและระบบประกันสังคม ความยั่งยืนทางการเงินและการระดมทรัพยากรสำหรับการดูแลชุมชน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับทุกเพศทุกวัย การประชุมนานาชาติครั้งนี้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและการปฏิบัติจริง ผสมผสานการอภิปรายเชิงนโยบาย การแลกเปลี่ยนนวัตกรรม และการประชุมกลุ่มย่อยเชิงลึก ผู้เข้าร่วมการประชุมได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กำหนดทิศทางเชิงนโยบาย ลำดับความสำคัญในการดำเนินงาน และแนวทางความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุมและเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคมสูงวัย ผศ.ดร.รัชนก คชานุบาล คณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาฯกล่าวว่า ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ ถือเป็นจุดอ้างอิงสำหรับการสานต่อการหารือและความร่วมมือ โดยสาระสำคัญจากการประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งนี้คือบทบาทของชุมชนในฐานะ “แพลตฟอร์มการดูแล” […]

The post ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ ยกระดับเศรษฐกิจสูงวัย appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

ผู้แทนจากภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ สถาบันวิชาการ และภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมการประชุมวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติ เรื่อง “แนวทางและนวัตกรรมโดยชุมชนเพื่อระบบการดูแล   ที่มีประสิทธิภาพและความพร้อมของชุมชนสู่เศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุม”(Community-Led Approaches and Innovations for Better Care Systems, and Community Resilience toward an Inclusive Silver Economy)&Բ;ได้ร่วมจัดทำ&Բ;“ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ” (Bangkok Recommendations) เพื่อกำหนดทิศทางร่วมในการเสริมสร้างระบบการดูแลโดยฐานชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุมในสังคมสูงวัย

“ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ”(Bangkok Recoommendations)เป็นกรอบอ้างอิงร่วมกันสำหรับการ สานต่อความร่วมมือและพัฒนาเชิงนโยบาย ซึ่งผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายสามารถนำไปปรับใช้ได้ โดยครอบคลุม 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การดูแลระยะยาวและระบบการดูแลโดยชุมชน มาตรฐานการดูแลแรงงานและระบบประกันสังคม ความยั่งยืนทางการเงินและการระดมทรัพยากรสำหรับการดูแลชุมชน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับทุกเพศทุกวัย การประชุมนานาชาติครั้งนี้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและการปฏิบัติจริง ผสมผสานการอภิปรายเชิงนโยบาย การแลกเปลี่ยนนวัตกรรม และการประชุมกลุ่มย่อยเชิงลึก ผู้เข้าร่วมการประชุมได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กำหนดทิศทางเชิงนโยบาย ลำดับความสำคัญในการดำเนินงาน และแนวทางความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุมและเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคมสูงวัย

ผศ.ดร.รัชนก คชานุบาล คณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาฯกล่าวว่า ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ ถือเป็นจุดอ้างอิงสำหรับการสานต่อการหารือและความร่วมมือ โดยสาระสำคัญจากการประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งนี้คือบทบาทของชุมชนในฐานะ “แพลตฟอร์มการดูแล” แม้นโยบายระดับชาติและกรอบสากลจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง แต่การขับเคลื่อนให้เกิดผลจริงต้องพึ่งพาความสัมพันธ์และผู้มีส่วนได้เสียในระดับท้องถิ่น ซึ่งการส่งเสริมความยืดหยุ่นของชุมชน การสนับสนุนผู้ดูแล การพัฒนาการเงินที่ยั่งยืน และการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ ล้วนเป็นแนวทางสำคัญที่ผู้เข้าร่วมเน้นย้ำร่วมกัน

รศ.ดร.รัตติยา ภูละออ ผู้อำนวยการ CU-COLLAR วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาฯย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับทรัพยากรบุคคลในระบบการดูแล โดยระบุว่าการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่เวทีนำเสนอปัญหา แต่เป็นพื้นที่ร่วมกันกำหนดก้าวต่อไป ทั้งในแง่การเสริมพลังแรงงานด้านการดูแล (care economy) การสร้างมาตรฐานการคุ้มครองผู้ดูแล และการเชื่อมโยงประสบการณ์ภาคสนามกับนโยบายระดับสูงในเชิงที่ตอบสนองและครอบคลุม

ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้กล่าวถึงข้อเสนอแนะใน 4 ประเด็นเร่งด่วน ได้แก่ การพัฒนาระบบการดูแลโดยชุมชน โดยชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีชมรมผู้สูงอายุกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศที่เป็นทรัพยากรสำคัญในการดูแลกลุ่มเปราะบาง การพัฒนามาตรฐานและแรงจูงใจสำหรับดูแลแรงงาน การจัดสรรงบประมาณระยะยาวโดยให้ท้องถิ่นมีบทบาทออกแบบระบบตามบริบทของตนเอง และการสร้างสภาพแวึϸ้อมที่๶ป็Ȩิตรและยืึϸยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุโดยตรงและต้องการการตอบสนองจากชุมชนและภาครัฐอย่างรวดเร็ว

ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระดับนานาชาติในการเตรียมความพร้อมรับมือสังคมสูงวัย ผ่านการสร้างระบบการดูแลที่ยืดหยุ่น ครอบคลุม และขับเคลื่อนโดยชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและสร้างสังคมที่พร้อมสำหรับทุกช่วงวัยในอนาคต

Page 1/1

The post ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ ยกระดับเศรษฐกิจสูงวัย appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
จุฬาฯ ร่วมภาคีระดับนานาชาติจัดทำ “ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ” ขับเคลื่อนนวัตกรรมดูแลผู้สูงอายุ สู่เศรษฐกิจสูงวัยอย่างยั่งยืน /news/302998/ Sat, 09 May 2026 11:49:09 +0000 /?post_type=news&p=407905 ผู้แทนจากภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ สถาบันวิชาการ และภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมการประชุมวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติเรื่อง “แนวทางและนวัตกรรมโดยชุมชนเพื่อระบบการดูแลที่มีประสิทธิภาพและความพร้อมของชุมชนสู่เศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุม”(Community-Led Approaches and Innovations for Better Care Systems, and Community Resilience toward an Inclusive Silver Economy) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 8 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ได้ร่วมจัดทำ “ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ” (Bangkok Recommendations) เพื่อกำหนดทิศทางร่วมในการเสริมสร้างระบบการดูแลโดยฐานชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุมในบริบทสังคมสูงวัย การประชุมวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติครั้งนี้จัดโดยความร่วมมือระหว่างกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ Ageing Innovation Expo Thailand 2026 โดยมีภาคีร่วมจัดงาน ได้แก่ องค์การสหประชาชาติ องค์การระหว่างประเทศ และหน่วยงานระดับภูมิภาค อาทิ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) โครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UN-Habitat) […]

The post จุฬาฯ ร่วมภาคีระดับนานาชาติจัดทำ “ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ” ขับเคลื่อนนวัตกรรมดูแลผู้สูงอายุ สู่เศรษฐกิจสูงวัยอย่างยั่งยืน appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

ผู้แทนจากภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ สถาบันวิชาการ และภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมการประชุมวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติเรื่อง “แนวทางและนวัตกรรมโดยชุมชนเพื่อระบบการดูแลที่มีประสิทธิภาพและความพร้อมของชุมชนสู่เศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุม”(Community-Led Approaches and Innovations for Better Care Systems, and Community Resilience toward an Inclusive Silver Economy) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 8 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ได้ร่วมจัดทำ “ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ” (Bangkok Recommendations) เพื่อกำหนดทิศทางร่วมในการเสริมสร้างระบบการดูแลโดยฐานชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุมในบริบทสังคมสูงวัย

การประชุมวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติครั้งนี้จัดโดยความร่วมมือระหว่างกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ Ageing Innovation Expo Thailand 2026 โดยมีภาคีร่วมจัดงาน ได้แก่ องค์การสหประชาชาติ องค์การระหว่างประเทศ และหน่วยงานระดับภูมิภาค อาทิ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) โครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UN-Habitat) ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เครือข่าย Alliance on Longevity in Asia-Pacific (ALAP) ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม (ACAI) ศูนย์ ASEM Global Ageing Center (AGAC) มูลนิธิ Tsao Foundation มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ (FOPDEV) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (HSRI) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (NHSO) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) KRS Xpansion หน่วยปฏิบัติการวิจัยและประสานงานเพื่อการวิจัยแรงงานแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU-COLLAR) และ Chula ARi

 “ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ”(Bangkok Recommendations) เป็นกรอบอ้างอิงร่วมกันสำหรับการสานต่อความร่วมมือและพัฒนาเชิงนโยบาย ซึ่งผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายสามารถนำไปปรับใช้ได้ โดยครอบคลุม 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การดูแลระยะยาวและระบบการดูแลโดยชุมชน มาตรฐานการดูแลแรงงานและระบบประกันสังคม ความยั่งยืนทางการเงินและการระดมทรัพยากรสำหรับการดูแลชุมชน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับทุกเพศทุกวัย การประชุมนานาชาติครั้งนี้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและการปฏิบัติจริง ผสมผสานการอภิปรายเชิงนโยบาย การแลกเปลี่ยนนวัตกรรม และการประชุมกลุ่มย่อยเชิงลึก ผู้เข้าร่วมการประชุมได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กำหนดทิศทางเชิงนโยบาย ลำดับความสำคัญในการดำเนินงาน และแนวทางความร่วมมือเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุมและเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคมสูงวัย

ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ได้แถลงข่าวสรุปผลการจัดการประชุมวิชาการและข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ (Bangkok Recommendations) เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569

  ผศ.ดร.รักชนก คชานุบาล คณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ ถือเป็นจุดอ้างอิงสำหรับการสานต่อการหารือและความร่วมมือ โดยสาระสำคัญจากการประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้คือ บทบาทของชุมชนในฐานะ “แพลตฟอร์มการดูแล” แม้นโยบายระดับชาติและกรอบสากลจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง แต่การขับเคลื่อนให้เกิดผลจริงต้องพึ่งพาความสัมพันธ์และผู้มีส่วนได้เสียในระดับท้องถิ่น ซึ่งการส่งเสริมความยืดหยุ่นของชุมชน การสนับสนุนผู้ดูแล การพัฒนาการเงินที่ยั่งยืน และการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ ล้วนเป็นแนวทางสำคัญที่ผู้เข้าร่วมการประชุมเน้นย้ำร่วมกัน

 รศ.ดร.รัตติยา ภูละออ ผู้อำนวยการ CU-COLLAR วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับทรัพยากรบุคคลในระบบการดูแล โดยระบุว่าการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่เวทีนำเสนอปัญหา แต่เป็นพื้นที่ร่วมกันกำหนดก้าวต่อไป ทั้งในแง่การเสริมพลังแรงงานด้านการดูแล (care economy) การสร้างมาตรฐานการคุ้มครองผู้ดูแล และการเชื่อมโยงประสบการณ์ภาคสนามกับนโยบายระดับสูงที่ตอบสนองและครอบคลุม และได้เพิ่มเติมถึงบทบาทของ CU-COLLAR ว่าก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับกระทรวงแรงงานและทำงานใกล้ชิดกับศูนย์วิจัยแรงงานแห่งชาติ มีพันธกิจหลักในการเปลี่ยนมุมมองต่อคำว่า “แรงงาน” ให้ครอบคลุมถึงทุกคนที่พร้อมจะทำงาน รวมถึงการพัฒนาฐานข้อมูลแรงงาน สร้างความรู้ความเข้าใจในประเด็นสิทธิแรงงานและระบบประกันสังคมให้แก่ประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งผลักดันนโยบายที่เชื่อมโยงคุณภาพชีวิตในปัจจุบันกับความมั่นคงในอนาคต เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานและดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน

ผศ.ดร.ดารารัตน์ อานันทนะสุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

ผศ.ดร.ดารารัตน์ อานันทนะสุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) กล่าวว่า สิ่งที่ทุกฝ่ายเรียนรู้ร่วมกันคือความซับซ้อนของการขับเคลื่อนระบบการดูแลโดยชุมชน โดยเฉพาะเมื่อบริบทวัฒนธรรม ภูมิหลัง และโครงสร้างทางสังคมมีความแตกต่างกันมากในแต่ละประเทศ จึงไม่มีสูตรสำเร็จเดียว แต่ต้องเน้นความยืดหยุ่น การมีส่วนร่วม การประสานงาน ที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาศักยภาพของคนในระดับท้องถิ่นเพื่อให้ระบบนี้เกิดขึ้นจริงและยั่งยืน

คุณอธิภัทร วรางคนันท์นักวิเคราะห์โครงการด้านประชากรและการพัฒนา UNFPA ประเทศไทย

นอกจากนี้ ภาคีจากองค์การระหว่างประเทศยังสะท้อนถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงกรอบการดำเนินงานระดับโลกเข้ากับความเป็นจริงในระดับพื้นที่ โดยคุณอธิภัทร วรางคนันท์ นักวิเคราะห์โครงการด้านประชากรและการพัฒนา UNFPA ประเทศไทยกล่าวว่าประทับใจการประชุมนานาชาติครั้งนี้ที่มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และนวัตกรรมจากหลายประเทศ โดยมีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแปลงแนวคิดสู่ผลิตภัณฑ์และบริการจริงที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัย พร้อมย้ำถึงความสำคัญของแนวทาง “Life Course Approach” คือการเตรียมรับมือกับภาวะสูงวัยตั้งแต่ก่อนวัยชรา เพื่อให้สังคมพร้อมรับมือได้อย่างรอบด้านและครบทุกมิติ

Ms. Supavee Kobelผู้เชี่ยวชาญึϹานการพัฒȨ๶มืองอย่างยั่งยืน
จาก United Nations Human Settlements Programme (UN-Habitat)

Ms. Supavee Kobel ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน จาก United Nations Human Settlements Programme (UN-Habitat)กล่าวว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการได้เห็นตัวอย่างของการพัฒนาจากโครงการเล็ก ๆ ระดับชุมชนที่สามารถต่อยอดเป็นระบบที่ยั่งยืนได้ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างประเทศในเอเชียจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนาในเรื่องนี้ในระดับโลก

ผลลัพธ์สำคัญประการหนึ่งของการประชุมนานาชาติครั้งนี้คือการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างภาคส่วนและภูมิภาคต่าง ๆ ความซับซ้อนของปัญหาสังคมสูงวัยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเรียนรู้ร่วมกัน

Mr. Tum ViraExecutive Director, HelpAge Cambodia and ALAP

Mr. Tum Vira, Executive Director, HelpAge Cambodia and ALAPกล่าวว่า ในนามขององค์กรที่ทำงานขับเคลื่อนแนวคิดการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการประชุมครั้งนี้ และชื่นชมว่าการประชุมบรรลุผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในแง่การแลกเปลี่ยนความรู้และการร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน โดยองค์กรพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเสียงของผู้เข้าร่วมการประชุมและผู้ปฏิบัติงานในภาคสนามทั่วภูมิภาคสู่การอภิปรายในเชิงนโยบายและวิชาการ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะนำข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ ไปเผยแพร่และขับเคลื่อนต่อผ่านเครือข่ายใน 13 ประเทศสมาชิก เพื่อให้ผลลัพธ์จากการประชุมครั้งนี้ไม่หยุดอยู่แค่ในห้องประชุม แต่แปรเป็นการปฏิบัติจริงในระดับประเทศและภูมิภาคต่อไป

Ms. Susana Concordo Harding,Senior Director of the International Longevity Centre Singapore, Tsao Foundation & Alliance on Longevity in Asia-Pacific

Ms. Susana Concordo Harding, Senior Director of the International Longevity Centre Singapore, Tsao Foundation & Alliance on Longevity in Asia-Pacificกล่าวชื่นชมการจัดงานครั้งนี้ที่ให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางของกระบวนการ โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญหลายมิติ ทั้งเชิงนโยบาย วิชาการ และภาคปฏิบัติได้มาวิเคราะห์ร่วมกัน โดยย้ำว่างานนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่การนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับสู่ชีวิตจริงของคนในชุมชน รวมถึงการขยายผลสู่นโยบายในระดับที่กว้างขึ้น

Dr. Bitna Kimนักวิจัยจาก ASEM Global Ageing Center (AGAC)

Dr. Bitna Kim นักวิจัยจาก ASEM Global Ageing Center (AGAC)กล่าวว่า รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นหนึ่งในเจ้าภาพร่วม การประชุมครั้งนี้ช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์จริงของผู้สูงอายุในเอเชียจากระดับภาคสนามไปถึงระดับนโยบาย พร้อมเชื่อมั่นว่าเสียงของผู้สูงอายุในเอเชียที่ดังขึ้นจากเวทีนี้จะถูกนำไปขับเคลื่อนในระดับนานาชาติเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของผู้สูงอายุ

คุณสว่าง แก้วกันทาผู้อำนวยการมูลȨธิพัոางานผู้สูงอายุ
(Foundation for Older Persons’ Development: FOPDEV)

มุมมองจากชุมชนเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการ โดยคุณสว่าง แก้วกันทา ผู้อำนวยการมูลȨธิพัոางานผู้สูงอายุ (Foundation for Older Persons’ Development: FOPDEV)กล่าวแสดงความยินดีที่การประชุมนี้เป็นโอกาสให้เสียงของผู้ที่ไม่มีโอกาสพูดได้รับการรับฟัง โดยเฉพาะผู้สูงอายุในพื้นที่ชนบทและกลุ่มเปราะบางที่มักถูกมองข้ามในกระบวนการนโยบาย การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสังคมยังสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้อีกมากเพื่อผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้กล่าวถึงข้อเสนอแนะใน 4 ประเด็นเร่งด่วน ได้แก่การพัฒนาระบบการดูแลโดยชุมชนโดยชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีชมรมผู้สูงอายุกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศที่เป็นทรัพยากรสำคัญในการดูแลกลุ่มเปราะบางการพัฒนามาตรฐานและแรงจูงใจสำหรับดูแลแรงงาน การจัดสรรงบประมาณระยะยาวโดยให้ท้องถิ่นมีบทบาทออกแบบระบบตามบริบทของตนเอง และการสร้างสภาพแวึϸ้อมที่๶ป็Ȩิตรและยืึϸยุ่นซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุโดยตรงและต้องการการตอบสนองจากชุมชนและภาครัฐอย่างรวดเร็ว

ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระดับนานาชาติในการเตรียมความพร้อมรับมือสังคมสูงวัย ผ่านการสร้างระบบการดูแลที่ยืดหยุ่น ครอบคลุม และขับเคลื่อนโดยชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและสร้างสังคมที่พร้อมสำหรับทุกช่วงวัยในอนาคต

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะทุกฝ่ายตระหนักว่าปัญหาสังคมสูงวัยเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อทุกช่วงวัย การบริการจากภาครัฐเพียงลำพังไม่เพียงพอต่อการสร้างความยั่งยืน พร้อมระบุแนวทางขับเคลื่อนผลลัพธ์จากการประชุมไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งการพัฒนา Day Care Center สำหรับผู้สูงอายุในชุมชน การสร้างมาตรฐานผู้ดูแล การผลักดันนวัตกรรมดิจิทัลและ AI เพื่อเสริมการดูแลที่บ้าน รวมถึงการสร้างโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) ให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้สูงอายุและคนทำงานในชุมชน โดยจะดำเนินการผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันวิชาการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรสหประชาชาติ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

The post จุฬาฯ ร่วมภาคีระดับนานาชาติจัดทำ “ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ” ขับเคลื่อนนวัตกรรมดูแลผู้สูงอายุ สู่เศรษฐกิจสูงวัยอย่างยั่งยืน appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
จุฬาฯ ร่วมจัดประชุมนานาชาติ ขับเคลื่อนนวัตกรรมดูแลผู้สูงอายุ สู่เศรษฐกิจสูงวัยอย่างยั่งยืน /news/302620/ Wed, 06 May 2026 11:40:55 +0000 /?post_type=news&p=406427 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาฯ จัดประชุมนานาชาติ “แนวทางและนวัตกรรมโดยชุมชนเพื่อระบบการดูแลที่มีประสิทธิภาพและความพร้อมของชุมชนสู่เศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุม” (International Conference and Workshop on Community-Led Approaches and Innovations for Better Care Systems, and Community Resilience toward an Inclusive Silver Economy)โดยศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นประธานกล่าวเปิดงาน และนางสาวรัชฎาภรณ์ ทรัพย์สมบัติ กรรมการผู้จัดการบริษัทเคอาร์เอส เอ็กซ์แพนชัน จำกัดกล่าวต้อนรับนายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัึϸระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวปาฐกถาเรื่อง “Aging Innovation Expo Thailand and Asia Longevity Economy Summit” เมื่อวันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2526 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ การประชุมนานาชาติครั้งȨ้จัดโดยกรมกิจการผู้สูงอายุ ร่วมกับ วิทยาลัยประชากรศาสตร์ […]

The post จุฬาฯ ร่วมจัดประชุมนานาชาติ ขับเคลื่อนนวัตกรรมดูแลผู้สูงอายุ สู่เศรษฐกิจสูงวัยอย่างยั่งยืน appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาฯ จัดประชุมนานาชาติ “แนวทางและนวัตกรรมโดยชุมชนเพื่อระบบการดูแลที่มีประสิทธิภาพและความพร้อมของชุมชนสู่เศรษฐกิจสูงวัยที่ครอบคลุม” (International Conference and Workshop on Community-Led Approaches and Innovations for Better Care Systems, and Community Resilience toward an Inclusive Silver Economy)โดยศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นประธานกล่าวเปิดงาน และนางสาวรัชฎาภรณ์ ทรัพย์สมบัติ กรรมการผู้จัดการบริษัทเคอาร์เอส เอ็กซ์แพนชัน จำกัดกล่าวต้อนรับนายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัึϸระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวปาฐกถาเรื่อง “Aging Innovation Expo Thailand and Asia Longevity Economy Summit” เมื่อวันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2526 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ

การประชุมนานาชาติครั้งȨ้จัดโดยกรมกิจการผู้สูงอายุ ร่วมกับ วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายนานาชาติระหว่างวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2569๶พื่อขับเคลื่อนȨัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุและ๶ศรษฐกิจอายุยืนอย่างยั่งยืน

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชรอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัยเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อทุกมิติของสังคม ทั้งครอบครัว ระบบเศรษฐกิจ และระบบสาธารณสุข การจัดประชุมนานาชาติครั้งนี้จึงมุ่งสร้างความร่วมมือข้ามภาคส่วนและระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมผลักดันให้เกิดข้อเสนอเชิงนโยบาย เช่น Bangkok Recommendation ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และสร้างอนาคตของสังคมสูงวัยที่ยั่งยืน

นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์รองปลัึϸระทรวงอุตสาหกรรม

นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัึϸระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่เป็นโอกาสสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ หรือเศรษฐกิจอายุยืน ที่ต้องอาศัยนวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพของคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้บริโภค แต่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภาครัฐจึงมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ เช่น เทคโนโลยีการแพทย์ หุ่นยนต์ และอาหารแห่งอนาคต พร้อมผลักดันผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน และเร่งต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการวางตำแหน่งให้ “ชุมชน” เป็นแพลตฟอร์มหลักในการส่งมอบบริการและดูแลผู้สูงอายุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงนโยบายระดับชาติเข้ากับระบบสุขภาพและสังคมในระดับท้องถิ่นที่สามารถนำไปขยายผลได้จริง เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ๆ เช่น จำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังและภาวะสมองเสื่อมที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้ดูแลในครอบครัวมีแนวโน้มลดลง

นางสาวรัชฎาภรณ์ ทรัพย์สมบัติกรรมการผู้จัดการบริษัทเคอาร์เอส เอ็กซ์แพนชัน จำกัด

นางสาวรัชฎาภรณ์ ทรัพย์สมบัติ กรรมการผู้จัดการบริษัทเคอาร์เอส เอ็กซ์แพนชัน จำกัด กล่าวว่า การจัดงาน Ageing Innovation Expo Thailand 2026 และการประชุมนานาชาติครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเป็นเวทีแสดงนวัตกรรมด้านสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และนานาชาติ ภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการ เวทีวิชาการ การจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจสูงวัยในภูมิภาคเอเชียอย่างเป็นรูปธรรม

ไฮไลต์สำคัญของการประชุมการประชุมตลอด 3 วัน ประกอบด้วยภาคส่วนสำคัญที่น่าสนใจ: 

  • การปาฐกถาพิเศษ:“เศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy) ทำไมสังคมสูงวัยจึงเป็นเมกะเทรนด์โลกถัดไป” โดยผู้เชี่ยวชาญจาก ACAI และ UNFPA
  • การเสวȨ๶ชิงนโยบาย:การออกแบบ “Blue Zones” และนโยบายสาธารณะเพื่อการมีอายุยืนถึง 100 ปี รวมถึงภูมิทัศน์การลงทุนในเศรษฐกิจสูงวัย
  • การประชุมเชิงปฏิบัติการ:เจาะลึก 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การสร้างเสริมสุขภาพ, เส้นทางการดูแล (Care Pathways), บุคลากรด้านการดูแล, นวัตกรรมดิจิทัล/AI และความยืดหยุ่นของชุมชนต่อความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ
  • พิธีลงนามบันทึกเจตจำนง (LOI) ระหว่าง Fukuoka Council for Designing Society in Aging Asia และกรมกิจการผู้สูงอายุเพื่อความร่วมมือในการออกแบบสังคมสูงวัย “ข้อเสนอแนะกรุงเทพฯ” (Bangkok Recommendations)

ผลลัพธ์สำคัญที่คาดหวังจากการประชุมครั้งนี้คือการร่วมกันร่าง“Bangkok Recommendation”ซึ่งจะเป็นแนวปฏิบัติสำหรับประเทศต่างๆ ในการพัฒนาระบบการดูแลโดยชุมชน โดยเน้นความยั่งยืนทางการเงิน การพัฒนาบุคลากร และการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างชุมชนที่พร้อมรับมือกับวิกฤตทั้งทางสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ภาคีเครือข่ายความร่วมมือ

งานนี้ได้รับความสนับสนุนจากองค์กรระดับโลกและระดับภูมิภาค อาทิUNFPA, UN-Habitat,ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB), ACAI, Tsao Foundation (สิงคโปร์),สวรส. (HSRI),สปสช. (NHSO)และหน่วยงานชั้นนำอื่นๆ รวมกว่า 20 สถาบัน

กิจกรรมร่วม:จัดขึ้นควบคู่ไปกับงาน Ageing Innovation Expo Thailand 2026 และ Asia Longevity Economy Summit

The post จุฬาฯ ร่วมจัดประชุมนานาชาติ ขับเคลื่อนนวัตกรรมดูแลผู้สูงอายุ สู่เศรษฐกิจสูงวัยอย่างยั่งยืน appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
จุฬาฯ – สภากาชาดไทย ร่วมมือภาคเอกชนเปิดตัว “SALYWA” นวัตกรรมน้ำลายเทียมจากสมุนไพรไทยช่วยผู้ป่วยมะเร็งและผู้สูงอายุ /news/291097/ Fri, 06 Mar 2026 06:53:00 +0000 /news/auto-draft/ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับสภากาชาดไทย และบริษัทสเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือการอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัยและเปิดตัวนวัตกรรม “SALYWA” (ซาลีวาร์) ผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมจากสมุนไพรไทย เพื่อช่วยบรรเทาภาวะปากแห้งและน้ำลายน้อย โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการฉายรังสีและผู้สูงอายุ พร้อมผลักดันผลงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์จริงภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเพื่อสังคมĝ งานแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ณ ห้องรับรอง ชั้น 1 อาคารเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) สภากาชาดไทย โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย และ รศ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด ร่วมแถลงถึงเป้าหมายของความร่วมมือในการผลักดันนวัตกรรมไทยสู่สังคม พร้อมทั้งแสดงเจตนารมณ์ในการอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม ภายใȨานมีการเสวȨในหัวྺ้อ “นวัตกรรม ‘น้ำลายเทียม’ จากงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ SALYWA” เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและกระบวนการพัฒนานวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ รศ.นพ.ดร.พิชิต สุวรรณประกร ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการระบบศึกษาและวิจัย สภากาชาดไทย รศ.พญ.คนึงนิจ […]

The post จุฬาฯ – สภากาชาดไทย ร่วมมือภาคเอกชนเปิดตัว “SALYWA” นวัตกรรมน้ำลายเทียมจากสมุนไพรไทยช่วยผู้ป่วยมะเร็งและผู้สูงอายุ appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับสภากาชาดไทย และบริษัทสเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือการอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัยและเปิดตัวนวัตกรรม “SALYWA” (ซาลีวาร์) ผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมจากสมุนไพรไทย เพื่อช่วยบรรเทาภาวะปากแห้งและน้ำลายน้อย โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการฉายรังสีและผู้สูงอายุ พร้อมผลักดันผลงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์จริงภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเพื่อสังคมĝ

งานแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ณ ห้องรับรอง ชั้น 1 อาคารเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) สภากาชาดไทย โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย และ รศ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด ร่วมแถลงถึงเป้าหมายของความร่วมมือในการผลักดันนวัตกรรมไทยสู่สังคม พร้อมทั้งแสดงเจตนารมณ์ในการอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม

ภายใȨานมีการเสวȨในหัวྺ้อ “นวัตกรรม ‘น้ำลายเทียม’ จากงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ SALYWA” เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและกระบวนการพัฒนานวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ รศ.นพ.ดร.พิชิต สุวรรณประกร ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการระบบศึกษาและวิจัย สภากาชาดไทย รศ.พญ.คนึงนิจ    กิ่งเพชร หัวหน้านักวิจัย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด ึϸ๶ȨȨายการโึϸ ทพญ.กิตติลักษณ์ จุลลัษเฐียร

“SALYWA” นวัตกรรม “น้ำลายเทียม” พัոาྺึ้ȨากผลงาȨิจัยของ รศ.พญ.คนึงนิจ กิ่งเพชร และคณะ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสิทธิบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสภากาชาดไทย พัฒนาจากสารสกัดสมุนไพรไทย โดยเฉพาะสารสกัดจากขิงที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำลายตามธรรมชาติ และออกแบบด้วยแนวคิด Dual-Action ที่ช่วยทั้งเคลือบและเพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปาก ทำให้รู้สึกสบายและสดชื่นหลังใช้

ภาวะปากแห้งเรื้อรัง (Xerostomia) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอที่ได้รับการฉายรังสี ซึ่งมากกว่า 70–80% มักประสบภาวะต่อมน้ำลายทำงานลดลง ส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการรับประทานอาหาร การกลืน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปาก ขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 13 ล้านคน หรือกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ภาวะน้ำลายน้อยและปากแห้งเป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก

ผลิตภัณฑ์ SALYWA ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่ายและปลอดภัย ไม่จัดเป็นยาและไม่มีส่วนผสมน้ำตาล เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ที่มีภาวะน้ำลายน้อย โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ เจลน้ำลายเทียม ขนาด 50 มิลลิลิตร ราคา 300 บาท และ สเปรย์น้ำลายเทียม ขนาด 30 มิลลิลิตร ราคา 275 บาท ซึ่งสามารถใช้กลั้วหรือฉีดพ่นในช่องปากวันละ 3–4 ครั้งเมื่อมีอาการปากแห้งหรือเมื่อต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปาก

ความร่วมมือครั้งȨ้ยังสะท้อนแนวคิด “นวัตกรรมเพื่อสังคมĝ นอกจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคามาตรฐานแล้ว ภาคเอกชนยังร่วมสนับสนุนการจัดสรรผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมผ่านกองทุนเพื่อการกุศล เพื่อมอบให้แก่ผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมฝีมือคนไทยได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตอกย้ำบทบาทของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานด้านสาธารณสุข และภาคอุตสาหกรรม ในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สȨจสามารถร่วมสȨบสȨȨครงการได้โึϸบริจาคผ่านกองทุน “เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนน้ำลายเทียมให้กับผู้ป่วย” ณ ศูนย์รับบริจาค ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โทร. 0-2256-4000 ต่อ 4397 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรมไทยแก่ผู้ป่วยมะเร็งและผู้สูงอายุทั่วประเทศ

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า งานวิจัยและนวัตกรรมที่แท้จริงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในห้องปฏิบัติการ แต่ต้องสามารถพัฒนาไปสู่นวัตกรรมที่สร้างประโยชน์และส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน การเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกตัวอย่างสำคัญของการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยไปพัฒนาสู่การใช้งานจริงในสังคม สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มุ่งผลิตองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย  

ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวถึง ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมว่าเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทยซึ่งให้การสนับสนุนทุนวิจัย ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมที่ร่วมพัฒนาผลงานวิจัยไปสู่กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงผลสัมฤทธิ์ทางธุรกิจเท่านั้น แต่เป็นการร่วมกันสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันงานวิจัยให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเป็นต้นแบบของแนวทางการพัฒนานวัตกรรมในยุคใหม่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างคุณค่าและแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน.

นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า การเปิดตัวนวัตกรรมน้ำลายเทียมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันงานวิจัยไทยสู่การพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงกับประชาชน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสภากาชาดไทยในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยสภากาชาดไทยให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศการวิจัยที่เข้มแข็ง ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและบุคลากรให้สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ สภากาชาดไทยมุ่งเน้นการวิจัยที่สร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและแนวทางการรักษาที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย ลดระยะเวลาในการรักษา และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน การเปิดตัวนวัตกรรมน้ำลายเทียมในครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ของการกำกับติดตามและผลักดันงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น

รศ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด เผยว่าความร่วมมือระหว่างนักวิจัยจุฬาฯ และภาคอุตสาหกรรมนี้สามารถต่อยอดองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่นำไปใช้ได้จริง ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยบรรเทาภาวะปากแห้งในผู้ป่วยมะเร็งและผู้ป่วยที่มีปัญหาต่อมน้ำลาย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหาร สื่อสารกับผู้อื่น และดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ เป็นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาพัฒนานวัตกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคม โดยโครงการนี้สร้างคุณค่าเชิงบวกใน 3 มิติ ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากสารสกัดธรรมชาติที่ปลอดภัย การลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของนักวิจัยไทย พร้อมเปิดโอกาสขยายสู่ตลาดระดับภูมิภาคในราคาที่เหมาะสม ตลอดจนการสร้างต้นแบบความร่วมมือที่ช่วยผลักดันงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

The post จุฬาฯ – สภากาชาดไทย ร่วมมือภาคเอกชนเปิดตัว “SALYWA” นวัตกรรมน้ำลายเทียมจากสมุนไพรไทยช่วยผู้ป่วยมะเร็งและผู้สูงอายุ appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
“สุขใจที่ได้กลืน” 52 สูตรอาหารง่าย ๆ โดยอาจารย์นักวิจัยคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตและโภชนาการของผู้สูงอายุและผู้ที่กลืนลำบาก /news/277147/ Mon, 15 Dec 2025 00:00:00 +0000 จากความสำเร็จใȨารจัึϸำ “46 เมนูอาหารฝึกกลืนตามมาตรฐานสากล IDDSI” หนังสือตำรับอาหารเล่มแรกของประเทศไทย เพื่อการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีภาวะเคี้ยวกลืนลำบาก ผศ.ดร.วรัญญา เตชะสุขถาวร ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ และทีมวิจัย ได้ต่อยอดงานวิจัยด้านอาหารดัดแปลงเนื้อสัมผัส (Texture-Modified Food) สู่การใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการเปิดตัวหนังสือ “สุขใจที่ได้กลืน: 52 สูตรอาหารง่ายๆ สำหรับมื้ออาหารฝึกกลืนแสนอร่อย” รวบรวมสุดยอดตำรับอาหารไทย ขนม และเครื่องดื่มที่ได้รับการพัฒนาสูตรมาอย่างพิถีพิถันจากห้องปฏิบัติการครัว เพื่อมุ่งหวังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและโภชนาการที่เหมาะสมแก่ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) ให้สามารถรับประทานอาหารได้อย่างปลอดภัย ถูกหลักโภชนาการ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความสุขกับมื้ออาหาร จุดเด่นของหนังสือ “สุขใจที่ได้กลืน: 52 สูตรอาหารง่ายๆ สำหรับมื้ออาหารฝึกกลืนแสนอร่อย” ผศ.ดร.วรัญญา กล่าวว่าหนังสือ “เมนูอาหารฝึกกลืน เล่ม 2” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยการสำรวจระดับประเทศเกี่ยวกับการดำเนินงานอาหารดัดแปลงเนื้อสัมผัสตามกรอบแนวทาง IDDSI ในโรงพยาบาลประเทศไทย ที่ได้รับทุนอุดหนุนบางส่วนจากทุนพัฒนาอาจารย์ใหม่/นักวิจัยใหม่ กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่การรวบรวมสูตรอาหาร แต่เป็นผลลัพธ์ของงานวิจัยที่ต้องการให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยกลืนลำบากได้กลับมามีความสุขกับการรับประทานอาหารทางปากได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง โดยเฉพาะอาหารไทยที่คุ้นเคย การปรับเนื้อสัมผัสตามมาตรฐาน IDDSI จะช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะกลืนลำบากสามารถรับประทานอาหารได้อย่างปลอดภัย ได้สารอาหารครบถ้วน และไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจากมื้ออาหารของครอบครัวอีกต่อไป “หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเสมือน “คู่มือสำคัญ” […]

The post “สุขใจที่ได้กลืน” 52 สูตรอาหารง่าย ๆ โดยอาจารย์นักวิจัยคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตและโภชนาการของผู้สูงอายุและผู้ที่กลืนลำบาก appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

จากความสำเร็จใȨารจัึϸำ “46 เมนูอาหารฝึกกลืนตามมาตรฐานสากล IDDSI” หนังสือตำรับอาหารเล่มแรกของประเทศไทย เพื่อการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีภาวะเคี้ยวกลืนลำบาก ผศ.ดร.วรัญญา เตชะสุขถาวร ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ และทีมวิจัย ได้ต่อยอดงานวิจัยด้านอาหารดัดแปลงเนื้อสัมผัส (Texture-Modified Food) สู่การใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการเปิดตัวหนังสือ “สุขใจที่ได้กลืน: 52 สูตรอาหารง่ายๆ สำหรับมื้ออาหารฝึกกลืนแสนอร่อย” รวบรวมสุดยอดตำรับอาหารไทย ขนม และเครื่องดื่มที่ได้รับการพัฒนาสูตรมาอย่างพิถีพิถันจากห้องปฏิบัติการครัว เพื่อมุ่งหวังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและโภชนาการที่เหมาะสมแก่ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) ให้สามารถรับประทานอาหารได้อย่างปลอดภัย ถูกหลักโภชนาการ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความสุขกับมื้ออาหาร

จุดเด่นของหนังสือ “สุขใจที่ได้กลืน: 52 สูตรอาหารง่ายๆ สำหรับมื้ออาหารฝึกกลืนแสนอร่อย”

  • เนื้อหาในหนังสือประกอบด้วย 52 เมนูไทยยอดนิยมที่ดัดแปลงเนื้อสัมผัสได้อย่างลงตัว ลืมภาพอาหารปั่น อาหารบดที่น่าเบื่อไปได้เลย หนังสือเล่มนี้ได้ดัดแปลงเมนูโปรดของคนไทย เช่น โจ๊กต้มเลือดหมู แกงเขียวหวาน ต้มซุปไก่ กล้วยบวดชี ข้าวเหนียวมะม่วง และน้ำผลไม้ เป็นต้น ให้มีเนื้อสัมผัสที่ปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการสำลัก โดยยังคงรสชาติอร่อยถูกปาก รูปลักษณ์น่ารับประทาน
  • ๶ȨȨุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ทุกเมนูได้รับการออกแบบโภชนาการโดยทีมงานนักกำหนดอาหารวิชาชีพ ทำให้มั่นใจว่าแต่ละเมนูมีสารอาหารครบถ้วน ป้องกันภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก
  • ๶ȨȨาหารที่ทำมาจากวัตถุดิบหาได้ง่ายใȨ้องตลาด สูตรอาหารทุกเมนูเน้นใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป หลีกเลี่ยงสารปรุงแต่ง ทำให้ทุกคนสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เข้าถึงได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม
  • ปรับเนื้อสัมผัสถูกต้องตามมาตรฐานสากล IDDSI (International Dysphagia Diet Standardisation Initiative) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสากลในการทดสอบอาหารสำหรับผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้บริโภค
  • รองรับผู้ใช้งาน 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จากการที่เมนูอาหารไทยเป็นที่ถูกปากของชาวต่างชาติ หนังสือเล่มนี้จึงเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างสื่อการสอนทำอาหารไทย รวมถึงการแพทย์ไทย เพิ่มโอกาสในการดูแลผู้สูงอายุชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักในเมืองไทยมากขึ้น หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ในการสื่อสารทางภาษาด้วยเช่นกัน

ผศ.ดร.วรัญญา กล่าวว่าหนังสือ “เมนูอาหารฝึกกลืน เล่ม 2” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยการสำรวจระดับประเทศเกี่ยวกับการดำเนินงานอาหารดัดแปลงเนื้อสัมผัสตามกรอบแนวทาง IDDSI ในโรงพยาบาลประเทศไทย ที่ได้รับทุนอุดหนุนบางส่วนจากทุนพัฒนาอาจารย์ใหม่/นักวิจัยใหม่ กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่การรวบรวมสูตรอาหาร แต่เป็นผลลัพธ์ของงานวิจัยที่ต้องการให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยกลืนลำบากได้กลับมามีความสุขกับการรับประทานอาหารทางปากได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง โดยเฉพาะอาหารไทยที่คุ้นเคย การปรับเนื้อสัมผัสตามมาตรฐาน IDDSI จะช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะกลืนลำบากสามารถรับประทานอาหารได้อย่างปลอดภัย ได้สารอาหารครบถ้วน และไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจากมื้ออาหารของครอบครัวอีกต่อไป

“หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเสมือน “คู่มือสำคัญ” สำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุ นักโภชนาการ และบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการส่งมอบอาหารที่มีทั้งความอร่อย ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการตามหลักวิชาการอย่างแท้จริง เพื่อสร้างรอยยิ้มในมื้ออาหารด้วยเนื้อสัมผัสที่ปลอดภัย แบบสุขใจที่ได้กลืน” ผศ.ดร.วรัญญากล่าวในที่สุด

ผู้สȨจหȨงสือ๶ล่มนี้สามารถึϸวน์โหลึϹึϹที่

หนังสือมีจำหน่ายที่เพจ facebook สุขใจที่ได้กลืน

หรือ Line @dysphagiadiet.th

The post “สุขใจที่ได้กลืน” 52 สูตรอาหารง่าย ๆ โดยอาจารย์นักวิจัยคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตและโภชนาการของผู้สูงอายุและผู้ที่กลืนลำบาก appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
พิธีปิดโครงการ “จุฬาเดย์แคร์: ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม” ภายใต้โครงการ Chula Preventive Health Care /news/244593/ Thu, 19 Jun 2025 00:00:00 +0000 ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯและสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ จุฬาฯ จัดการบรรยายพิเศษ พิธีมอบใบประกาศผ่านการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นเบื้องต้น และพิธีปิดโครงการ “จุฬาเดย์แคร์: ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม” ภายใต้โครงการ Chula Preventive Health Care เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 10 ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ โดยมี ศ.ดร.คณพล จันทน์หอม รองอธิการบดี ๶ป็ȨระธาȨȨȨิธีปิดโครงการ                ในงานมีการบรรยายพิเศษเรื่อง “ดูแลสุขภาพอย่างไรในวัยสูงอายุ” โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล นายกสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย โดยมี ศ.ดร.รัตน์ศิริ ทาโต คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ คุณโภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านบริหารงานบุคคล คุณนุษรา ปานกรด ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์  รศ. ร.อ. หญิง ดร.ศิริพันธุ์ […]

The post พิธีปิดโครงการ “จุฬาเดย์แคร์: ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม” ภายใต้โครงการ Chula Preventive Health Care appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯและสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ จุฬาฯ จัดการบรรยายพิเศษ พิธีมอบใบประกาศผ่านการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นเบื้องต้น และพิธีปิดโครงการ “จุฬาเดย์แคร์: ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม” ภายใต้โครงการ Chula Preventive Health Care เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 10 ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ โดยมี ศ.ดร.คณพล จันทน์หอม รองอธิการบดี ๶ป็ȨระธาȨȨȨิธีปิดโครงการ

               ในงานมีการบรรยายพิเศษเรื่อง “ดูแลสุขภาพอย่างไรในวัยสูงอายุ” โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล นายกสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย โดยมี ศ.ดร.รัตน์ศิริ ทาโต คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ คุณโภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านบริหารงานบุคคล คุณนุษรา ปานกรด ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์  รศ. ร.อ. หญิง ดร.ศิริพันธุ์ สาสัตย์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ ผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุร่วมในพิธีปิดโครงการ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปด้วยความอบอุ่น

               โครงการ “จุฬาเดย์แคร์: ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม”  จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของบุคลากรจุฬาฯ และผู้ที่เข้าสู่วัยเกษียณ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของผู้ดูแลในการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยมีการดำเนินงานผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมการให้บริการดูแลผู้สูงอายุระหว่างวัน (Day Care) สำหรับบุคลากรเกษียณ และบุคลากรที่มีสมาชิกในครอบครัวมีภาวะเปราะบาง ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และมีเป้าหมายให้บริการได้รวมทั้งสิ้น 600 ครั้ง โดยเน้นการดูแลแบบองค์รวมในบรรยากาศที่อบอุ่น มีคุณภาพ และส่งเสริมสุขภาวะ และกิจกรรมการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุขั้นเบื้องต้นแก่บุคลากรจุฬาฯ จำนวน 50 คน แบ่งเป็น 5 รุ่น รุ่นละ 10 คน โดยหลักสูตรอบรมครอบคลุมทั้งความรู้ ทักษะ และเจตคติที่จำเป็นสำหรับการดูแลผู้สูงอายุในชีวิตจริง

The post พิธีปิดโครงการ “จุฬาเดย์แคร์: ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม” ภายใต้โครงการ Chula Preventive Health Care appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
จุฬาฯ ผุดนวัตกรรม “เจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูง” ทางเลือกใหม่ผู้สูงวัย /clipping/244389/ Wed, 18 Jun 2025 00:00:00 +0000               ผศ.ดร.วรัญญา หัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนาเจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงดัดแปลงเนื้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเคี้ยวกลืนลำบาก เปิดเผยว่า ในสังคมผู้สูงวัย ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาในการเคี้ยวกลืนอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อลดลง “เจลลี่พุดึϸ้งโปรตีนสูงดัดแปลง๶Ȩ้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุ” เป็นอาหารเสริมระหว่างวันของผู้สูงอายุ มีรสชาติที่อร่อยถูกปากคนไทย ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ “Elderine” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท บ้านโป่ง โนวิเทท จำกัด               ลักษณะพิเศษของเจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงที่พัฒนาขึ้นมีเนื้อสัมผัสเป็นแบบ 2 in 1 คือเนื้อเจลลี่พร้อมรับประทาน มีความคงตัวอยู่บนช้อนได้ และสามารถเป็นเนื้อพุดดิ้งที่อ่อนนุ่มเมื่อใช้ช้อนบดเพียงเล็กน้อย ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถบดเคี้ยวอาหารได้แม้จะไม่มีฟันก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการผสม๶วย์โปรตีȨอโซเลตชนิดพิเศษสูงถึง 7 กรัมต่อถ้วย โดยไม่ทำให้เนื้อสัมผัสแข็งกระด้าง ไม่มีรสขม มีการผสมแป้งมัȨำปะหลังชȨึϸัดแปลงโม๶ลกุลกลูโคสโพลิ๶มอร์ให้มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ รวมทั้งมีการปรับเนื้อสัมผัสด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างคาราจีแนȨละสารก่อให้เกิึϹจลอื่นๆ มีการใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง สามารถเก็บผลิตภัณฑ์ได้ในอุณหภูมิปกตินานถึง 6 เดือนโดยคุณภาพและเนื้อสัมผัสของเจลลี่พุดดิ้งยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันได้พัฒนาเจลลี่พุดดิ้งเป็นสองรสชาติที่ถูกปากคนไทยคือรสกล้วย และรสสตรอว์เบอร์รี่ เจลลี่พุดดิ้ง 1 ถ้วยมีคุณค่าทางอาหารให้พลังงาน 70 – 80 แคลอรี่ และให้โปรตีนคุณภาพที่ย่อยง่าย 7 – 8 กรัมซึ่งเทียบได้กับไข่ไก่ 1 ฟอง

The post จุฬาฯ ผุดนวัตกรรม “เจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูง” ทางเลือกใหม่ผู้สูงวัย appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

              ผศ.ดร.วรัญญา หัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนาเจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงดัดแปลงเนื้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเคี้ยวกลืนลำบาก เปิดเผยว่า ในสังคมผู้สูงวัย ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาในการเคี้ยวกลืนอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อลดลง “เจลลี่พุดึϸ้งโปรตีนสูงดัดแปลง๶Ȩ้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุ” เป็นอาหารเสริมระหว่างวันของผู้สูงอายุ มีรสชาติที่อร่อยถูกปากคนไทย ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ “Elderine” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท บ้านโป่ง โนวิเทท จำกัด

              ลักษณะพิเศษของเจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงที่พัฒนาขึ้นมีเนื้อสัมผัสเป็นแบบ 2 in 1 คือเนื้อเจลลี่พร้อมรับประทาน มีความคงตัวอยู่บนช้อนได้ และสามารถเป็นเนื้อพุดดิ้งที่อ่อนนุ่มเมื่อใช้ช้อนบดเพียงเล็กน้อย ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถบดเคี้ยวอาหารได้แม้จะไม่มีฟันก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการผสม๶วย์โปรตีȨอโซเลตชนิดพิเศษสูงถึง 7 กรัมต่อถ้วย โดยไม่ทำให้เนื้อสัมผัสแข็งกระด้าง ไม่มีรสขม มีการผสมแป้งมัȨำปะหลังชȨึϸัดแปลงโม๶ลกุลกลูโคสโพลิ๶มอร์ให้มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ รวมทั้งมีการปรับเนื้อสัมผัสด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างคาราจีแนȨละสารก่อให้เกิึϹจลอื่นๆ มีการใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง สามารถเก็บผลิตภัณฑ์ได้ในอุณหภูมิปกตินานถึง 6 เดือนโดยคุณภาพและเนื้อสัมผัสของเจลลี่พุดดิ้งยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันได้พัฒนาเจลลี่พุดดิ้งเป็นสองรสชาติที่ถูกปากคนไทยคือรสกล้วย และรสสตรอว์เบอร์รี่ เจลลี่พุดดิ้ง 1 ถ้วยมีคุณค่าทางอาหารให้พลังงาน 70 – 80 แคลอรี่ และให้โปรตีนคุณภาพที่ย่อยง่าย 7 – 8 กรัมซึ่งเทียบได้กับไข่ไก่ 1 ฟอง

The post จุฬาฯ ผุดนวัตกรรม “เจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูง” ทางเลือกใหม่ผู้สูงวัย appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
“เจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงดัดแปลงเนื้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุ” นวัตกรรมจากคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ คว้าเหรียญทองแดงและรางวัลพิเศษงานประกวดนวัตกรรมนานาชาติที่เจนีวา /news/241608/ Wed, 04 Jun 2025 00:00:00 +0000                “เจลลี่พุดึϸ้งโปรตีนสูงดัดแปลง๶Ȩ้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหา๶คี้ยวกลืȨำบาก” ผลงาȨอง ผศ.ดร.วรัญญา เตชะสุขถาวร ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ และคณะ ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง (Bronze Medal) จากงาน “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9-13 เมษายน 2568 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส  และได้รับรางวัลพิเศษ Prize of Malaysia delegation from Malaysia Delegation จากประเทศมาเลเซีย Ȩบเป็Ȩีกหนึ่งผลงานȨัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัยและตอบสนองความต้องการྺองผู้สูงอายุที่มักประสบปัญหาการบริโภคอาหารได้น้อยและ๶คี้ยวกลืȨำบาก ผศ.ดร.วรัญญา เตชะสุขถาวร หัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนาเจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงดัดแปลงเนื้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเคี้ยวกลืนลำบาก เปิดเผยถึงที่มาของการพัฒนานวัตกรรมนี้ว่า ในสังคมผู้สูงวัย ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาในการเคี้ยวกลืนอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อลดลง จากการทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่องในเรื่องอาหารสำหรับผู้มีภาวะกลืนลำบากโดยได้พัฒนา “46 เมนูอาหารฝึกกลืนตามมาตรฐานสากล IDDSI” ทำให้มีเสียงเรียกร้องให้พัฒนาอาหารสำเร็จรูปในรูปแบบของว่างที่ครบครันสารอาหารสำหรับผู้สูงอายุ มีความปลอดภัยในการกลืน จึงเป็นที่มาของ “เจลลี่พุดึϸ้งโปรตีนสูงดัดแปลง๶Ȩ้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นอาหารเสริมระหว่างวันของผู้สูงอายุ ด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปากคนไทย […]

The post “เจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงดัดแปลงเนื้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุ” นวัตกรรมจากคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ คว้าเหรียญทองแดงและรางวัลพิเศษงานประกวดนวัตกรรมนานาชาติที่เจนีวา appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

               “เจลลี่พุดึϸ้งโปรตีนสูงดัดแปลง๶Ȩ้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหา๶คี้ยวกลืȨำบาก” ผลงาȨอง ผศ.ดร.วรัญญา เตชะสุขถาวร ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ และคณะ ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง (Bronze Medal) จากงาน “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9-13 เมษายน 2568 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส  และได้รับรางวัลพิเศษ Prize of Malaysia delegation from Malaysia Delegation จากประเทศมาเลเซีย Ȩบเป็Ȩีกหนึ่งผลงานȨัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัยและตอบสนองความต้องการྺองผู้สูงอายุที่มักประสบปัญหาการบริโภคอาหารได้น้อยและ๶คี้ยวกลืȨำบาก

ผศ.ดร.วรัญญา เตชะสุขถาวร หัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนาเจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงดัดแปลงเนื้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเคี้ยวกลืนลำบาก เปิดเผยถึงที่มาของการพัฒนานวัตกรรมนี้ว่า ในสังคมผู้สูงวัย ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาในการเคี้ยวกลืนอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อลดลง จากการทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่องในเรื่องอาหารสำหรับผู้มีภาวะกลืนลำบากโดยได้พัฒนา “46 เมนูอาหารฝึกกลืนตามมาตรฐานสากล IDDSI” ทำให้มีเสียงเรียกร้องให้พัฒนาอาหารสำเร็จรูปในรูปแบบของว่างที่ครบครันสารอาหารสำหรับผู้สูงอายุ มีความปลอดภัยในการกลืน จึงเป็นที่มาของ “เจลลี่พุดึϸ้งโปรตีนสูงดัดแปลง๶Ȩ้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นอาหารเสริมระหว่างวันของผู้สูงอายุ ด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปากคนไทย ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ “Elderine” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท บ้านโป่ง โนวิเทท จำกัด

                “งานวิจัยพัฒนาสูตรเจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงใช้เวลานานกว่า 1 ปี ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ในห้องปฏิบัติการ  มีการวิจัยทดลองดัดแปลงเนื้อสัมผัสและเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ปรับสัดส่วนของวัตถุดิบ รสชาติ การตรวจสอบเนื้อสัมผัส ประเมินการยอมรับของผลิตภัณฑ์ในอาสาสมัครที่เป็นผู้สูงอายุ 30 คน จนถึงการปรับใช้เทคโนโลยีของการผลิตที่ตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ให้ดีที่สุด” ผศ.ดร.วรัญญากล่าว

                ผศ.ดร.วรัญญา อธิบายถึงลักษณะพิเศษของเจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงที่พัฒนาขึ้นว่า มีความแตกต่างจากเจลลี่พุดดิ้งทั่วไปที่จำหน่ายในท้องตลาดที่เนื้อสัมผัสที่เป็นแบบ 2 in 1 กล่าวคือ เนื้อเจลลี่พร้อมรับประทาน มีความคงตัวอยู่บนช้อนได้ และสามารถเป็นเนื้อพุดดิ้งที่อ่อนนุ่มเมื่อใช้ช้อนบดเพียงเล็กน้อย ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถบดเคี้ยวอาหารได้แม้จะไม่มีฟันก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการผสม๶วย์โปรตีȨอโซเลตชนิดพิเศษสูงถึง 7 กรัมต่อถ้วย โดยไม่ทำให้เนื้อสัมผัสแข็งกระด้าง ไม่มีรสขม มีการผสมแป้งมัȨำปะหลังชȨึϸัดแปลงโม๶ลกุลกลูโคสโพลิ๶มอร์ให้มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ รวมทั้งมีการปรับเนื้อสัมผัสด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างคาราจีแนȨละสารก่อให้เกิึϹจลอื่นๆ มีการใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง สามารถเก็บผลิตภัณฑ์ได้ในอุณหภูมิปกตินานถึง 6 เดือนโดยคุณภาพและเนื้อสัมผัสของเจลลี่พุดดิ้งยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันได้พัฒนาเจลลี่พุดดิ้งเป็นสองรสชาติที่ถูกปากคนไทยคือรสกล้วย และรสสตรอว์เบอร์รี่ เจลลี่พุดดิ้ง 1 ถ้วยมีคุณค่าทางอาหารให้พลังงาน 70 – 80 แคลอรี่ และให้โปรตีนคุณภาพที่ย่อยง่าย 7 – 8 กรัมซึ่งเทียบได้กับไข่ไก่ 1 ฟอง ถือเป็นของว่างเพื่อสุขภาพ สามารถรับประทานได้ 2 ถ้วยต่อวัน นอกจากผู้สูงอายุแล้ว ยังเหมาะสำหรับผู้บริโภคหลายกลุ่ม เช่น ผู้ที่เพิ่งถอนฟันหรือผ่าฟันคุดซึ่งประสบปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร เด็กวัยรุ่นที่ต้องการอาหารที่เพิ่มโปรตีน ผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องการโปรตีนสูง รวมถึงผู้ที่ออกกำลังกายที่ต้องการเสริมกล้ามเนื้อ เป็นต้น นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งในด้านการวิเคราะห์ขั้นสูง ได้รับความร่วมมือจาก ดร.ชัยวุฒิ กมลพิลาส ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดำเนินการทดสอบเนื้อสัมผัสและความลื่นของอาหาร (oral tribology) เนื้อสัมผัสของเจลลี่พุดดิ้ง          

                ปัจจุบันผลิตภัณฑ์นี้อยู่ในระหว่างดำเนินการขอจดสิทธิบัตร สำหรับแผนงานในอนาคต ผศ.ดร.วรัญญาเผยว่า จะขึ้นทะเบียนให้เป็นอาหารวัตถุประสงค์พิเศษ ในรูปแบบอาหารทางการแพทย์  โดยได้รับความร่วมมือจากทีมวิจัย (ผศ.พญ.ภัทรา วัฒนพันธุ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ในการศึกษาวิจัยในมนุษย์ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงกับการเพิ่มขึ้นของมวลกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ และกำลังขยายความร่วมมือกับทีมวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นในการผลิตเจลลี่พุดดิ้ง ออกจำหน่ายจริง คาดว่าจะวางจำหน่ายในท้องตลาดได้ราวเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

                ผศ.ดร.วรัญญายังคงมุ่งมั่นศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้มีภาวะกลืนลำบากต่อไป โดยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอื่น เช่น ขนมไทยสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชั่นที่มีการเพิ่มสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ เช่น ไฟเบอร์หรือใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย เป็นต้น         

The post “เจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงดัดแปลงเนื้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุ” นวัตกรรมจากคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ คว้าเหรียญทองแดงและรางวัลพิเศษงานประกวดนวัตกรรมนานาชาติที่เจนีวา appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
พิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ /news/231795/ Thu, 10 Apr 2025 00:00:00 +0000 ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ จุฬาฯ จัดพิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เนื่องในวันสงกรานต์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ณ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ ชั้น 10 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจุฬาฯ เดย์แคร์            ในการนี้ ศ.ดร.คณพล จันทน์หอม รองอธิการบดี นายโภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดีด้านบริหารงานบุคคล ศ.ดร.รัตน์ศิริ ทาโต คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ รศ.ร.อ.หญิง ดร.ศิริพันธุ์ สาสัตย์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ พร้อมด้วยบุคลากรร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ และร่วมรำวงวันสงกรานต์ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นสนุกสนาน เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

The post พิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ จุฬาฯ จัดพิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เนื่องในวันสงกรานต์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ณ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ ชั้น 10 อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจุฬาฯ เดย์แคร์

&Բ;&Բ;&Բ;&Բ;&Բ;&Բ;&Բ;&Բ;&Բ;&Բ;&Բ;ในการนี้ ศ.ดร.คณพล จันทน์หอม รองอธิการบดี นายโภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดีด้านบริหารงานบุคคล ศ.ดร.รัตน์ศิริ ทาโต คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ รศ.ร.อ.หญิง ดร.ศิริพันธุ์ สาสัตย์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ พร้อมด้วยบุคลากรร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ และร่วมรำวงวันสงกรานต์ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นสนุกสนาน เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

The post พิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
“จุฬาฯ เดย์แคร์ : ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม” ที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ /news/221913/ Wed, 26 Feb 2025 00:00:00 +0000                ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ จัดโครงการ“จุฬาฯ เดย์แคร์ : ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม” ภายใต้โครงการ Chula Preventive Health Care เพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยเกษียณสำหรับบุคลากรจุฬาฯ และให้ความรู้ในการดูแลสมาชิกวัยเกษียณในครอบครัว มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาวะที่ดี โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ  และ ศ.ดร.รัตน์ศิริ ทาโต คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้กล่าวรายงาน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 10 ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ                                ในโอกาสนี้ ตัวแทนผู้สูงอายุมอบของที่ระลึกแก่ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ศ.ดร.คณพล จันทน์หอม รองอธิการบดี ด้านกฎหมายและทรัพยากรมนุษย์ นายโภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านบริหารงานบุคคล และนางสาวนุษรา ปานกรด […]

The post “จุฬาฯ เดย์แคร์ : ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม” ที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

               ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ จัดโครงการ“จุฬาฯ เดย์แคร์ : ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม” ภายใต้โครงการ Chula Preventive Health Care เพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยเกษียณสำหรับบุคลากรจุฬาฯ และให้ความรู้ในการดูแลสมาชิกวัยเกษียณในครอบครัว มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาวะที่ดี โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ  และ ศ.ดร.รัตน์ศิริ ทาโต คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้กล่าวรายงาน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 10 ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ

              

                ในโอกาสนี้ ตัวแทนผู้สูงอายุมอบของที่ระลึกแก่ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ศ.ดร.คณพล จันทน์หอม รองอธิการบดี ด้านกฎหมายและทรัพยากรมนุษย์ นายโภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านบริหารงานบุคคล และนางสาวนุษรา ปานกรด ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ จากนั้นเป็นการเยี่ยมชมศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ และมีการบรรยายพิเศษเรื่อง “ออกแบบอย่างไรให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ” โดย ผศ.กิตติอร ศิริสุข หัวหน้าภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

            ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ  กล่าวว่า จุฬาเดย์แคร์ : ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม เป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ ใส่ใจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการดูแลบุคลากรอย่างรอบด้าน ครอบคลุมในทุกมิติในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีของบุคลากร ทั้งในวัยทำงาน วัยหลังเกษียณและครอบครัว เพื่อสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมสู่การเกษียณและการดูแลสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ในวัยดังกล่าว จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านสุขภาวะของบุคลากรและครอบครัวเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการพัฒนาองค์กร โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน ลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรัง และสนับสนุนแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อให้บุคลากรสามารถดำรงชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข      

                จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่วัยเกษียณสำหรับบุคลากร และการดูแลสมาชิกวัยเกษียณในครอบครัว จึงได้จัดโครงการ “จุฬาเดย์แคร์: ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม” ภายใต้โครงการ Chula Preventive Health Care โดยศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ ร่วมกับสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่

               1. กิจกรรมการให้บริการดูแลผู้สูงอายุระหว่างวัน (Day Care) สำหรับบุคลากรที่เกษียณ และบุคลากรที่สมาชิกในครอบครัวมีภาวะเปราะบางของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2. กิจกรรมการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นต้นที่ได้รับอนุญาตจากกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำหรับบุคลากรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 5 รุ่น โครงการนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาวะสำหรับบุคลากรและสมาชิกในครอบครัววัยเกษียณ การธำรงรักษาสุขภาพ และชะลอความเสื่อมถอย เพื่อป้องกันภาวะพึ่งพิงที่อาจนำไปสู่ภาวะติดเตียง ซึ่งจะช่วยลดภาระการดูแลของครอบครัว ระบบการดูแลระยะยาวของภาครัฐ การบริการด้านสาธารณสุข และค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพในภาพรวมของประเทศ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและครอบครัวอย่างยั่งยืน

The post “จุฬาฯ เดย์แคร์ : ดูแลเมื่อสูงวัยให้เกษียณอย่างเกษม” ที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>