ธรรมาภิบาล Archives - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย /ٲ/ธรรมาภิบาล-ٳ/ Sun, 03 May 2026 15:19:49 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.4 https://web-cdn.chula.ac.th/web-dev/2026/07/favicon-1-150x150.webp ธรรมาภิบาล Archives - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย /ٲ/ธรรมาภิบาล-ٳ/ 32 32 จุฬาฯ จับมือสำนักงาน ป.ป.ช. ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ยกระดับธรรมาภิบาล ขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม /news/296824/ Thu, 02 Apr 2026 14:59:00 +0000 /news/auto-draft/ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลและการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองหน่วยงานร่วมลงนามและแถลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการยกระดับการบริหารภาครัฐให้มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อประโยชน์สาธารณะ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านธรรมาภิบาล รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในทุกภาคส่วนให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณธรรมและตรวจสอบได้ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์ความรู้และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เราเชื่อมั่นว่าการสร้างสังคมที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาล จำเป็นต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้เชิงวิชาการ งานวิจัยเชิงลึก และการนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ช. ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการลงนามในเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการวางรากฐานของการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาเครื่องมือ องค์ความรู้ และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ยกระดับการบริหารภาครัฐได้จริง” “นอกจากนี้ จุฬาฯ ยังมุ่งหวังให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นเวทีในการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ เปิดโอกาสให้Ȩสิต คณาจารย์ และนักวิจัยได้มีส่วนร่วมในการพัฒนางานวิจัยเชิงนโยบาย รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้และยั่งยืนในระยะยาว” ด้าน นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า “สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาองค์ความรู้และการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาควิชาการที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ […]

The post จุฬาฯ จับมือสำนักงาน ป.ป.ช. ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ยกระดับธรรมาภิบาล ขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลและการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองหน่วยงานร่วมลงนามและแถลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการ

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการยกระดับการบริหารภาครัฐให้มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อประโยชน์สาธารณะ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านธรรมาภิบาล รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในทุกภาคส่วนให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณธรรมและตรวจสอบได้

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์ความรู้และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เราเชื่อมั่นว่าการสร้างสังคมที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาล จำเป็นต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้เชิงวิชาการ งานวิจัยเชิงลึก และการนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ช. ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการลงนามในเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการวางรากฐานของการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาเครื่องมือ องค์ความรู้ และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ยกระดับการบริหารภาครัฐได้จริง”

“นอกจากนี้ จุฬาฯ ยังมุ่งหวังให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นเวทีในการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ เปิดโอกาสให้Ȩสิต คณาจารย์ และนักวิจัยได้มีส่วนร่วมในการพัฒนางานวิจัยเชิงนโยบาย รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้และยั่งยืนในระยะยาว”

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร
อธิการบดีจุฬาฯ

ึϹาน&Բ;นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า “สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาองค์ความรู้และการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาควิชาการที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ การวิเคราะห์เชิงนโยบาย และการพัฒนาเครื่องมือที่มีมาตรฐาน”

“ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้จะช่วยยกระดับการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช.ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการวิจัย การพัฒนาหลักสูตร การสร้างฐานข้อมูล และการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนต่อระบบราชการไทย เราคาดหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศด้านธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง โดยมีทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคสังคมร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อสร้างวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในสังคมไทย”

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร
เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมดำเนินความร่วมมือในหลายมิติ อาทิ การพัฒนาองค์ความรู้และงานวิจัยด้านธรรมาภิบาล การจัดอบรมและสัมมนาวิชาการ การพัฒนานโยบายและข้อเสนอเชิงนโยบาย การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาฐานข้อมูลและแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงการเผยแพร่องค์ความรู้และรณรงค์สาธารณะเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริตในสังคม

ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการผสานพลังระหว่างภาควิชาการและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานของความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่มีธรรมาภิบาลและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

The post จุฬาฯ จับมือสำนักงาน ป.ป.ช. ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ยกระดับธรรมาภิบาล ขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม พ.ศ.2567 /news/152184/ Thu, 21 Mar 2024 00:00:00 +0000       เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เผยแพร่ ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม 2567 ซึ่งเป็นข้อบังคับใหม่เกี่ยวกับประมวลจริยธรรม โดยอำนาจตามมาตรา 21 (2) ของพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 รวมถึงข้อ 7 (2) ของข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรื่อง ธรรมาภิบาลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2564 ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 883 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัย ระบุค่านิยมและกลไกในการปฏิบัติตามต่อมาตรฐานนี้ให้ทุกประเภทของบุคลากรในมหาวิทยาลัย เพื่อให้การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น  ĂĂĂĂĂซึ่งྺ้อบังคับใหม่Ȩ้จะครอบคลุมทั้งการกำกับดูแลตั้งแต่Ȩยกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งต้องแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและเป็นกลาง รวมถึงการรักษาความลับและการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้บริหาร  ĂĂĂĂĂྺณะที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะต้องบริหารองค์กรตามนโยบายอย่างเต็มความสามารถ รักษาข้อมูลลับและปฏิบัติตามกฎหมาย และรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย  ĂĂĂĂĂใȨณะ๶ึϸยวกันผู้ปฏิบัติงาȨȨหาวิทยาลัยจะต้องปฏิบัติตามจริยธรรมหลัก 9 ประการ เช่น การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและพัฒนางานของมหาวิทยาลัยให้เจริญก้าวหน้า การเกียรติผู้ร่วมงานและละเว้นความประพฤติที่เป็นการล่วงละเมิดบุคคลอื่น การพัฒนาตนเองและพร้อมทำงานเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งเป็นหลักการที่สำคัญที่จะเสริมสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบในมหาวิทยาลัย  ĂĂĂĂĂใȨานะྺองคณาจารย์มีหลักจริยธรรมเฉพาะ 6 ประการ เช่น การสอนและส่งเสริมการเรียนรู้อย่างรับผิดชอบ […]

The post ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม พ.ศ.2567 appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

      เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เผยแพร่ ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม 2567 ซึ่งเป็นข้อบังคับใหม่เกี่ยวกับประมวลจริยธรรม โดยอำนาจตามมาตรา 21 (2) ของพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 รวมถึงข้อ 7 (2) ของข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรื่อง ธรรมาภิบาลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2564 ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 883 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัย ระบุค่านิยมและกลไกในการปฏิบัติตามต่อมาตรฐานนี้ให้ทุกประเภทของบุคลากรในมหาวิทยาลัย เพื่อให้การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

 ĂĂĂĂĂซึ่งྺ้อบังคับใหม่Ȩ้จะครอบคลุมทั้งการกำกับดูแลตั้งแต่Ȩยกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งต้องแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและเป็นกลาง รวมถึงการรักษาความลับและการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้บริหาร

 ĂĂĂĂĂྺณะที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะต้องบริหารองค์กรตามนโยบายอย่างเต็มความสามารถ รักษาข้อมูลลับและปฏิบัติตามกฎหมาย และรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย

 ĂĂĂĂĂใȨณะ๶ึϸยวกันผู้ปฏิบัติงาȨȨหาวิทยาลัยจะต้องปฏิบัติตามจริยธรรมหลัก 9 ประการ เช่น การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและพัฒนางานของมหาวิทยาลัยให้เจริญก้าวหน้า การเกียรติผู้ร่วมงานและละเว้นความประพฤติที่เป็นการล่วงละเมิดบุคคลอื่น การพัฒนาตนเองและพร้อมทำงานเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งเป็นหลักการที่สำคัญที่จะเสริมสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบในมหาวิทยาลัย

 ĂĂĂĂĂใȨานะྺองคณาจารย์มีหลักจริยธรรมเฉพาะ 6 ประการ เช่น การสอนและส่งเสริมการเรียนรู้อย่างรับผิดชอบ การแสดงความเห็นทางวิชาการอย่างสุจริตและไม่ถูกครอบงำจากผู้อื่น ซึ่งเป็นการส่งเสริมความเป็นมนุษย์ที่ดีและพัฒนาการเรียนรู้ของȨสิตอย่างเหมาะสม

 ĂĂĂĂĂสำหรับȨสิตก็มีหลักจริยธรรมเฉพาะอีก 4 ประการ เช่น การตั้งใจพัฒนาตนเองให้มีความรู้และทักษะการดำรงชีวิต การแสดงความเห็นที่เป็นกัลยาณมิตรและการปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการส่งเสริมความรับผิดชอบและความเป็นสังคมที่ดีในสังคมมหาวิทยาลัย

      จะเห็นได้ว่า ข้อบังคับดังกล่าวเป็นการเน้นย้ำความสำคัญของความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมายที่เป็นรากฐานของการบริหารจัดการที่ดีในมหาวิทยาลัย และเป็นการเสนอแนวทางในการพัฒนาการบริหารจัดการที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

The post ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม พ.ศ.2567 appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
เชิญชวนชาวจุฬาฯ ร่วมศึกษาและเรียนรู้ ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม พ.ศ.2567 /news/152217/ Thu, 21 Mar 2024 00:00:00 +0000 เชิญชวนชาวจุฬาฯ ร่วมศึกษาและเรียนรู้ ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม พ.ศ. 2567 เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินงานด้วยหลักธรรมาภิบาล ซึ่งจุฬาฯ ได้เผยแพร่ประกาศ “ข้อบังคับจุฬาฯ ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม พ.ศ. 2567” ผ่านเครือข่ายผู้แทนความโปร่งใสและคุณธรรม (CU-ITA Agent) จากส่วนงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย จำนวนกว่า 81 ส่วนงาน ประกอบด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย บุคลากรสายสนับสนุน พนักงานวิสามัญ พนักงานจ้าง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สนใจ จำนวนทั้งสิ้นกว่า 700 คน โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้       1.จริยธรรมหลักของมหาวิทยาลัย 9 ประการ       2.จริยธรรมเฉพาะประชาคมจุฬาฯ 5 กลุ่ม:             กลุ่มที่ 1: Ȩยกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัย             กลุ่มที่ 2: ผู้บริหารมหาวิทยาลัย             กลุ่มที่ 3: ผู้ปฏิบัติงาȨȨหาวิทยาลัย             กลุ่มที่ 4: คณาจารย์             กลุ่มที่ 5: Ȩสิต  ĂĂĂĂĂ3.แนวปฏิบัติในการร้องเรียนการละเมิึϸริยธรรมและมาตรการป้องกัน […]

The post เชิญชวนชาวจุฬาฯ ร่วมศึกษาและเรียนรู้ ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม พ.ศ.2567 appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

เชิญชวนชาวจุฬาฯ ร่วมศึกษาและเรียนรู้ ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม พ.ศ. 2567 เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินงานด้วยหลักธรรมาภิบาล ซึ่งจุฬาฯ ได้เผยแพร่ประกาศ “ข้อบังคับจุฬาฯ ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม พ.ศ. 2567” ผ่านเครือข่ายผู้แทนความโปร่งใสและคุณธรรม (CU-ITA Agent) จากส่วนงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย จำนวนกว่า 81 ส่วนงาน ประกอบด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย บุคลากรสายสนับสนุน พนักงานวิสามัญ พนักงานจ้าง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สนใจ จำนวนทั้งสิ้นกว่า 700 คน โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

      1.จริยธรรมหลักของมหาวิทยาลัย 9 ประการ

      2.จริยธรรมเฉพาะประชาคมจุฬาฯ 5 กลุ่ม:

            กลุ่มที่ 1: Ȩยกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัย

            กลุ่มที่ 2: ผู้บริหารมหาวิทยาลัย

            กลุ่มที่ 3: ผู้ปฏิบัติงาȨȨหาวิทยาลัย

            กลุ่มที่ 4: คณาจารย์

            กลุ่มที่ 5: Ȩสิต

 ĂĂĂĂĂ3.แนวปฏิบัติในการร้องเรียนการละเมิึϸริยธรรมและมาตรการป้องกัน

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและเข้าดูข้อบังคับฉบับเต็ม ได้ที่

และ

The post เชิญชวนชาวจุฬาฯ ร่วมศึกษาและเรียนรู้ ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม พ.ศ.2567 appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
Chula The Impact ครั้งที่ 18 “การประชุมเชิงวิชาการด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1” /news/121608/ Mon, 19 Jun 2023 00:00:00 +0000 เมื่อวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2566 ณ ห้อง ศ.ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน ชั้น 5 คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (Knowledge hub for Regional Anti-corruption and good governance Collaboration: KRAC) โดยการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNOCD) คณะนิติศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ และศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาฯ จัดงาน Chula The Impact ครั้งที่ 18 เรื่อง “การประชุมเชิงวิชาการด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1”(International Conference on Anti–Corruption Innovations in Southeast Asia) โดยมี รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ และ ผศ.ดร.ปารีณา […]

The post Chula The Impact ครั้งที่ 18 “การประชุมเชิงวิชาการด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1” appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

เมื่อวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2566 ณ ห้อง ศ.ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน ชั้น 5 คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (Knowledge hub for Regional Anti-corruption and good governance Collaboration: KRAC) โดยการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNOCD) คณะนิติศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ และศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาฯ จัดงาน Chula The Impact ครั้งที่ 18 เรื่อง “การประชุมเชิงวิชาการด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1”(International Conference on AntiCorruption Innovations in Southeast Asia) โดยมี รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ และ ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้กล่าวเปิดงานและกล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้ออกแบบนโยบาย และผู้ปฏิบัติงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันที่มาจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมจากหลากหลายประเทศ

การประชุมเชิงวิชาการครั้งนี้จัึϾึ้Ȩพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการึϹานการแก้ไྺปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันระหว่างภูมิภาค๶อเชียตะวันออกเฉียงใต้และȨ๶สนอความก้าวหȨาด้าȨารต่อต้าȨอร์รัปชัȨองประเทศไทยใȨวทีระดับȨȨชาติ การประชุมมุ่งประเด็นไปที่โครงการริเริ่มสร้างสรรค์หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลของภาครัฐและองค์กรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเร่งแก้ปัญหาการคอร์รัปชัน และสร้างเวทีทางวิชาการที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน นักปฏิรูปภาคประชาสังคมและภาคเอกชน รวมถึงผู้กำหนดนโยบายสาธารณะจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีส่วนร่วมถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนแนวคิดและองค์ความรู้เชิงนวัตกรรม ตลอดจนประสบการณ์การปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ระหว่างองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับภูมิภาคและนานาชาติต่อไป

การประชุมแบ่งเป็นการเสวนาและอภิปราย 3 ช่วง หัวข้อสำคัญในการอภิปรายได้แก่ การใช้ข้อมูลเปิดเพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลและคุณธรรม (Using Open Data to improve Governance and Integrity) การพัฒนาการกำกับดูแลและส่งเสริมการบริหารการเงินที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบ (Improving Oversight to Promote Transparent and Accountable Financial Management) การประเมินและแก้ไขปัจจัยเสี่ยงการคอร์รัปชันในกระบวนการนิติบัญญัติ (Assessing and Addressing Corruption Risk Factors in Legislation)

 ผู้สนใจสามารถรับชมการประชุมวิชาการย้อนหลังได้ที่ Facebook : 鶹 หรือ Facebook : คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

The post Chula The Impact ครั้งที่ 18 “การประชุมเชิงวิชาการด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1” appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>