Innovations for Society Archives - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย /tag/innovations-for-society/ Wed, 06 May 2026 06:23:50 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.4 https://web-cdn.chula.ac.th/web-dev/2026/07/favicon-1-150x150.webp Innovations for Society Archives - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย /tag/innovations-for-society/ 32 32 พิธีลงนามสัญญาโอนสิทธิ “อุปกรณ์ระบายȨำใȨาสำหรับผู้ป่วยโรคต้อหิน” /news/159497/ Fri, 17 May 2024 00:00:00 +0000 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 อาคารจามจุรี 4 ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ จัดพิธีลงนามสัญญาโอนสิทธิ “อุปกรณ์ระบายȨำใȨาสำหรับผู้ป่วยโรคต้อหิน” โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าของสิทธิ ให้แก่บริษัท อายแคร์บ็อกซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Start up ที่ตั้งอยู่ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ดำเนินกิจการค้นคว้า วิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ระบายȨำใȨาสำหรับผู้ป่วยโรคต้อหิน โดยมี ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ รองอธิการบดี ด้านการวางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์ นวัตกรรม และพันธกิจสากล จุฬาฯ ๶ป็Ȩู้กล่าวเปิึϸาน ผศ.ดร.วีระยุทธ ศรีธุระวานิช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กรรมการบริษัท อายแคร์บ็อกซ์ จำกัด ตัวแทนนักวิจัยจากจุฬาฯ กล่าวถึงที่มาและความสำคัญྺอง๶ทคโนโลยีȨ้ รศ.นพ.ปริญญ์ โรจนพงศ์พันธุ์ รศ.พญ.วิศนี ตันติเสวี และ นพ.รัฐ อิทธิพานิชพงศ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ตัวแทนบริษัท อายแคร์บ็อกซ์ จำกัด กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ […]

The post พิธีลงนามสัญญาโอนสิทธิ “อุปกรณ์ระบายȨำใȨาสำหรับผู้ป่วยโรคต้อหิน” appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 อาคารจามจุรี 4 ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ จัดพิธีลงนามสัญญาโอนสิทธิ “อุปกรณ์ระบายȨำใȨาสำหรับผู้ป่วยโรคต้อหิน” โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าของสิทธิ ให้แก่บริษัท อายแคร์บ็อกซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Start up ที่ตั้งอยู่ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ดำเนินกิจการค้นคว้า วิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ระบายȨำใȨาสำหรับผู้ป่วยโรคต้อหิน โดยมี ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ รองอธิการบดี ด้านการวางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์ นวัตกรรม และพันธกิจสากล จุฬาฯ ๶ป็Ȩู้กล่าวเปิึϸาน ผศ.ดร.วีระยุทธ ศรีธุระวานิช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กรรมการบริษัท อายแคร์บ็อกซ์ จำกัด ตัวแทนนักวิจัยจากจุฬาฯ กล่าวถึงที่มาและความสำคัญྺอง๶ทคโนโลยีȨ้ รศ.นพ.ปริญญ์ โรจนพงศ์พันธุ์ รศ.พญ.วิศนี ตันติเสวี และ นพ.รัฐ อิทธิพานิชพงศ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ตัวแทนบริษัท อายแคร์บ็อกซ์ จำกัด กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ จากนั้นเป็นพิธีลงนามสัญญาโอนสิทธิ “อุปกรณ์ระบายȨำใȨาสำหรับผู้ป่วยโรคต้อหิน”

ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์
รศ.นพ.ปริญญ์ โรจนพงศ์พันธุ์
ผศ.ดร.วีระยุทธ ศรีธุระวานิช

“โรคต้อหิน” คือโรคที่เกิดจากความบกพร่องของเส้นประสาทตา สาเหตุหลักเกิดจากความดันตาที่สูงผิดปกติทำให้เส้นประสาทตาทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นและอาจนำไปสู่ภาวะตาบอดถาวรได้ในที่สุด โรคต้อหิน แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ต้อหินชนิดมุมปิด และโรคต้อหินชนิดมุมเปิด ซึ่ง 3 ใน 4 ของผู้ป่วยโรคต้อหินทั้งหมดเป็นโรคต้อหินชนิดมุมเปิด ในประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยโรคต้อหินกว่า 2 ล้านคน และมีผู้ป่วยโรคนี้ทั่วโลก 76 ล้านคน รศ.นพ.ปริญญ์ โรจนพงศ์พันธุ์ และคณะวิจัยจึงได้ทำการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ระบายȨำใȨาสำหรับผู้ป่วยโรคต้อหิน ซึ่งราคาไม่แพง เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ป่วยโรคต้อหินชนิดมุมเปิด

The post พิธีลงนามสัญญาโอนสิทธิ “อุปกรณ์ระบายȨำใȨาสำหรับผู้ป่วยโรคต้อหิน” appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
ประชุมวิชาการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ 4 มหาวิทยาลัย เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัย /news/159590/ Fri, 17 May 2024 00:00:00 +0000 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยพะเยา และมหาวิทยาลัยนเรศวร Ȩ๶สนอผลการดำเนินงานในโครงการพัฒȨ๶ครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยด้วยงานวิจัย เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ณ CU Social Innovation Hub อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ รศ.ดร.พรรณี ชีวินศิริวัฒน์ ผู้ช่วยอธิการบดีด้านวิจัย จุฬาฯ กล่าวรายงานความเป็นมาของเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยพะเยา และมหาวิทยาลัยนเรศวรซึ่งดำเนินการมาระยะหนึ่ง และเห็นควรให้มีการȨ๶สนอและแบ่งปันประสบการณ์และความก้าวหน้าการดำเนินงานวิจัยเพื่อการดำเนินงานขั้นต่อไป จากนั้น ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดีด้านการวิจัย จุฬาฯ กล่าวเปิดงานและกล่าวต้อนรับมหาวิทยาลัยเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยให้เกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมในพื้นที่เป้าหมายของการวิจัยในภูมิภาค และยกระดับงานวิจัยในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ รศ.ดร.จิตติมา เจริญพานิช รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยบูรพา อ.ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร และ รศ.ดร.ผณินทรา ธีรานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยพะเยา ๶ข้าร่วมการประชุมวิชาการด้วย การประชุมวิชาการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ […]

The post ประชุมวิชาการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ 4 มหาวิทยาลัย เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัย appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยพะเยา และมหาวิทยาลัยนเรศวร Ȩ๶สนอผลการดำเนินงานในโครงการพัฒȨ๶ครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยด้วยงานวิจัย เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ณ CU Social Innovation Hub อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ

รศ.ดร.พรรณี ชีวินศิริวัฒน์ ผู้ช่วยอธิการบดีด้านวิจัย จุฬาฯ กล่าวรายงานความเป็นมาของเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยพะเยา และมหาวิทยาลัยนเรศวรซึ่งดำเนินการมาระยะหนึ่ง และเห็นควรให้มีการȨ๶สนอและแบ่งปันประสบการณ์และความก้าวหน้าการดำเนินงานวิจัยเพื่อการดำเนินงานขั้นต่อไป จากนั้น ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดีด้านการวิจัย จุฬาฯ กล่าวเปิดงานและกล่าวต้อนรับมหาวิทยาลัยเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยให้เกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมในพื้นที่เป้าหมายของการวิจัยในภูมิภาค และยกระดับงานวิจัยในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ รศ.ดร.จิตติมา เจริญพานิช รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยบูรพา อ.ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร และ รศ.ดร.ผณินทรา ธีรานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยพะเยา ๶ข้าร่วมการประชุมวิชาการด้วย

การประชุมวิชาการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กขค.) สำนักงานปลัดกระทรวง อว. บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพสถาบันอุดมศึกษาด้วยงานวิจัย” จากนั้นเป็นการเสวนาเกี่ยวกับโครงการวิจัยต่างๆ ดังนี้

ศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับ ผศ.ดร.ชลธิชา จันทคีรี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา Ȩ๶สนอโครงการวิจัยเรื่อง “โครงการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา : การพัฒนาระบบรองรับสังคมสูงวัยในชุมชนเมืองภาคตะวันออก” ึϸ๶ȨȨายการโึϸ รศ.ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งกล่าวถึงผลสำเร็จในการขับเคลื่อนและพัฒนาระบบรองรับแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุกรุงเทพมหานครในชุมชนนำร่อง และพื้นที่เกาะสีชังที่เกิดจากกระบวนการ “การเรียนรู้ไปด้วยกัน” ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากพื้นที่ และเรียนรู้จากแนวคิดในโครงการของแต่มหาวิทยาลัย เช่น โครงการ Chula ARI / ไทยอารี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประสบการณ์การทำวิจัยเชิงปฏิบัติการในโครงการพัฒนาสุขภาวะของชุมชน จากมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งนักวิจัยจาก 2 มหาวิทยาลัยจะได้ดำเนินการร่วมกันในพื้นที่ชุมชนต้นแบบ 3 ชุมชนในเทศบาลเมืองแสนสุข เพื่อนำไปสู่การขยายผลสู่ชุมชนอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

ศ.พรรัตน์ ดำรุง คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และ อ.ดร.ณัฏฐนันธ์ เอื้อศิลป์ คณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงโครงการวิจัยเรื่อง “บางแสนสร้างสรรค์ : เสริมสร้างเมืองให้แข็งแกร่งด้วยศิลปะร่วมสมัยของชุมชน” ึϸ๶ȨȨายการโึϸ รศ.ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ โครงการวิจัยนี้มีการพัฒนามาจากต้นแบบ “สามย่านละลานใจ” ในการสร้างกิจกรรมเทศกาลผลงานสร้างสรรค์ที่เกิดจากความรู้ของชุมชนในพื้นที่ โดยนักวิจัยจาก 2 มหาวิทยาลัยจะร่วมกันรับฟังความคิดเห็นของคนในชุมชนและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อนำมาสร้างสรรค์เป็นกิจกรรม “เพลินบางแสน”

ผศ.ดร.ฐิติรัตน์ ปั้นบำรุงกิจ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และ อ.ดร.นิรมล พรมนิล คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา Ȩ๶สนอโครงการวิจัยเรื่อง “การสร้างคุณค่าร่วมเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์พื้นที่ยอด-ภูลังกา ชายแดนจังหวัดน่านและพะเยา” ึϸ๶ȨȨายการโึϸ อ.ดร.สรคม ดิสสะมาน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ โครงการวิจัยนี้เป็นการȨ๶สนอการออกแบบพื้นที่การท่องเที่ยวให้กับชุมชนนำร่องในช่วงรอยต่อระหว่างเส้นทางเทศบาลตำบลยอด จังหวัดน่าน และดอยภูลังกา จังหวัดพะเยา และนำไปสู่การพัฒนา web-based GIS Application และสร้างแนวทางการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จัก

ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับ อ.ดร.จารุวรรณ แดงบุบผา มหาวิทยาลัยนเรศวร Ȩ๶สนอโครงการวิจัยเรื่อง “ยุทธศาสตร์การพัոาเมืองมหาวิทยาลัยใȨูมิภาคของประ๶ทศไทยกรณีศึกษา๶มืองพิษณุโลกบนความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยน๶รศวรและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” มุ่งเน้นการดึงดูดการตั้งถิ่นฐานของประชากรวัยทำงานและส่งเสริมการทำงานอย่างสร้างสรรค์ ึϸ๶ȨȨายการโึϸ อ.ดร.สรคม ดิสสะมาน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

โครงการพัฒȨ๶ครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยด้วยงานวิจัย เกิดจากความร่วมมือของ 4 มหาวิทยาลัยในประเทศ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยพะเยา และมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การสนับสนุนทุนวิจัยร่วมกัน โดยการจับคู่นักวิจัยต่างมหาวิทยาลัยร่วมกันพัฒนาหัวข้อวิจัยเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของชุมชนและสังคม รวมถึงการเชิญนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศเข้าร่วมโครงการ เพื่อนำความรู้และความสามารถที่หลากหลายของบุคลากรมาแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ได้อย่างตรงประเด็นและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนและสังคม ตลอดจนมีการขยายเครือข่ายและตอบโจทย์งานวิจัยร่วมกันเป็นแพลตฟอร์มที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคตให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

(ข้อมูลจากสำนักบริหารวิจัย จุฬาฯ)

The post ประชุมวิชาการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ 4 มหาวิทยาลัย เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัย appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
ครบรอบ 3 ปี ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาฯ : แบ่งปันเรียนรู้ ก้าวสู่อนาคต /news/158621/ Sun, 12 May 2024 00:00:00 +0000 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ณ CU Social Innovation Hub อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ  ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาฯ จัดงานฉลองครบรอบ 3 ปี “ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: แบ่งปันเรียนรู้ ก้าวสู่อนาคต”             ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดีด้านการวิจัย จุฬาฯ กล่าวถึงเป้าหมายการสร้างงานวิจัยเพื่อรับใช้สังคมอย่างยั่งยืนเนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาฯ (CU Social Innovation Hub) โดยการประมวลผลการดำเนินงานโครงการวิจัย เพื่อพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมความสามารถทางทักษะการประกอบการนวัตกรรมทางสังคม ให้สามารถตอบโจทย์สังคมได้อย่างยั่งยืน จนนำไปสู่การตอบโจทย์สังคม ทั้งในเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง             ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาฯ ได้Ȩ๶สนอโครงการวิจัยที่สามารถต่อยอดโครงการเดิมโดยได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนภายนอก ได้แก่ โครงการวิจัย “สร้างนวัตกรรมทางสังคมด้วยศิลปะการละคร” โดย ศ.ดร.พรรัตน์ ดำรุง คณะอักษรศาสตร์ โครงการวิจัย “แอปพลิเคชันเพื่อการท่องเที่ยวและเรียนรู้วัดโพธิ์” โดย อ.ดร.วิลาสินี สุขสว่าง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และโครงการวิจัย “การส่งออกวัฒนธรรมไทย ผ่านสื่อบันเทิง” […]

The post ครบรอบ 3 ปี ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาฯ : แบ่งปันเรียนรู้ ก้าวสู่อนาคต appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ณ CU Social Innovation Hub อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ  ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาฯ จัดงานฉลองครบรอบ 3 ปี “ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: แบ่งปันเรียนรู้ ก้าวสู่อนาคต”

            ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดีด้านการวิจัย จุฬาฯ กล่าวถึงเป้าหมายการสร้างงานวิจัยเพื่อรับใช้สังคมอย่างยั่งยืนเนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาฯ (CU Social Innovation Hub) โดยการประมวลผลการดำเนินงานโครงการวิจัย เพื่อพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมความสามารถทางทักษะการประกอบการนวัตกรรมทางสังคม ให้สามารถตอบโจทย์สังคมได้อย่างยั่งยืน จนนำไปสู่การตอบโจทย์สังคม ทั้งในเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง

            ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาฯ ได้Ȩ๶สนอโครงการวิจัยที่สามารถต่อยอดโครงการเดิมโดยได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนภายนอก ได้แก่ โครงการวิจัย “สร้างนวัตกรรมทางสังคมด้วยศิลปะการละคร” โดย ศ.ดร.พรรัตน์ ดำรุง คณะอักษรศาสตร์ โครงการวิจัย “แอปพลิเคชันเพื่อการท่องเที่ยวและเรียนรู้วัดโพธิ์” โดย อ.ดร.วิลาสินี สุขสว่าง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และโครงการวิจัย “การส่งออกวัฒนธรรมไทย ผ่านสื่อบันเทิง” โดย ดร.ดลยา เทียนทอง สถาบันเอเชียศึกษา

นอกจากนี้ ยังมีโครงการวิจัยที่ได้สร้างผลกระทบหรือมีการนำไปใช้ประโยชน์ทางสังคม ได้แก่ โครงการวิจัย “นวัตกรรมการจัดการห่วงโซ่คุณค่าโกโก้ในระบบนิเวศทางธุรกิจโกโก้น่าน” โดย ผศ.ดร.ธัญศิภรณ์ ณ น่าน สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร โครงการวิจัย “การพัฒนาคลังคัมภีร์ใบลานดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากโดย” โดย ผศ.ดร.ฐิติรัตน์ ปั้นบำรุงกิจ คณะอักษรศาสตร์ และโครงการวิจัย “แพลนบางโพ: โครงการวิจัยนวัตกรรมทางสังคมเพื่อจัดทำแผนอนุรักษ์และ พัฒนาชุมชนถนนสายไม้บางโพอย่างยั่งยืน” โดย ผศ.ดร.ปริญญ์ เจียรมณีโชติชัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ รวมทั้งการประเมินผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจและสังคมและการขยายผลลัพธ์ทางสังคมของโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการประเมินผลกระทบทางสังคมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SROI) Ȩ๶สนอโดย รศ.ดร.ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง คณะครุศาสตร์ และ ผศ.ดร.ศรเนตร อารีโสภณพิเชฐ คณะครุศาสตร์

ทั้งนี้ ได้มีการȨ๶สนอแพลตฟอร์มสังคมยั่งยืน (Sustainable Society Platform) ที่ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการวิจัยให้เกิดการร่วมมือข้ามศาสตร์/สาขาวิชาภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยภายนอก เพื่อให้เกิดการแบ่งปันผลการวิจัยและนำความรู้สู่ชุมชนในวงกว้าง แก้ไขความท้าทายด้านความยั่งยืนที่ซับซ้อนและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทางสังคมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง นำโดย ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ (creative economy) ผศ.ดร.จิรยุทธ์ สินธุพันธุ์ สถาบันเอเชียศึกษา (livable society) และ ผศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม คณะครุศาสตร์ (inclusive society)

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีคณาจารย์และนักวิจัยจากหลายส่วนงานที่ทำงานวิจัยอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมในหลากหลายมิติ เพื่อตอบโจทย์สังคมสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนและนำไปสู่การสร้างทางเลือกเชิงนวัตกรรมสังคม ได้แก่ การบูรณาการนวัตกรรมนโยบายสังคมสูงวัย การออกแบบนวัตกรรมสถาปัตยกรรมเพื่อสังคม การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืน และการพัฒนาศิลปกรรมดิจิทัลเพื่อสังคม จึงมีการจัดตั้ง “ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เพื่อใช้เป็นชุมชนวิชาการในการยกระดับการปรับเปลี่ยน (Transformation) โดยการขับเคลื่อนแบบบูรณาการสหศาสตร์ (Transdisciplinary) ในบริบททางวิชาการเพื่อสร้างนวัตกรรมทางสังคมและนำไปใช้ประโยชน์ มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

(ข้อมูลจากสำนักบริหารวิจัย จุฬาฯ)

The post ครบรอบ 3 ปี ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาฯ : แบ่งปันเรียนรู้ ก้าวสู่อนาคต appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
แถลงข่าว “ครบรอบ 5 ทศวรรษ การประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี “STT50” /news/157068/ Mon, 29 Apr 2024 00:00:00 +0000 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงาȨถลงྺ่าว “ครบรอบ 5 ทศวรรษ การประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี “STT50” ประเทศไทยพร้อมต้อนรับผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกและทั่วประเทศเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 50 (The 50th International Congress on Science, Technology and Technology-based Innovation :STT50) ระหว่างวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่             งาȨถลงྺ่าวครั้งนี้มี รศ.ดร.ธณัฏฐ์คุณ มงคลอัศวรัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และ ศ. (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.ธรณินทร์ ไชยเรืองศรี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมในงาน ึϸ๶ȨȨายการโึϸ อ.ดร.ธิติ […]

The post แถลงข่าว “ครบรอบ 5 ทศวรรษ การประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี “STT50” appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงาȨถลงྺ่าว “ครบรอบ 5 ทศวรรษ การประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี “STT50” ประเทศไทยพร้อมต้อนรับผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกและทั่วประเทศเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 50 (The 50th International Congress on Science, Technology and Technology-based Innovation :STT50) ระหว่างวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่

            งาȨถลงྺ่าวครั้งนี้มี รศ.ดร.ธณัฏฐ์คุณ มงคลอัศวรัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และ ศ. (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.ธรณินทร์ ไชยเรืองศรี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมในงาน ึϸ๶ȨȨายการโึϸ อ.ดร.ธิติ สุทธิยุทธ์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2567 ณ ห้องบานเย็น ชั้น 15 อาคารมหาวชิรุณหิศ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ 

การประชุมวิชาการ “STT50” จัดโดยสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญ เพื่อผสานความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกในการปฏิวัติวงการวิทยาศาสตร์ ด้วยการผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับนวัตกรรม ภายใต้แนวความคิด “Science x Creativity : Crafting the World” การประชุมนานาชาติครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือและการขับเคลื่อนด้านนวัตกรรม ภายในงานจะมีการแสดงปาฐกถาพิเศษ โดยนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำระดับโลก ตลอดจนการȨ๶สนอผลงานวิชาการแบบปากเปล่า และโปสเตอร์ใน 5 สาขาวิชาหลัก ได้แก่ 1) ฟิสิกส์ 2)วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 3) เคมี 4) คณิตศาสตร์ 5) พลังงานและสิ่งแวดล้อม และ 6) อาหารและวิทยาศาสตร์การเกษตร นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมยังสามารถเข้าร่วมการประชุมย่อย ซึ่งจะได้มีส่วนร่วมในการแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการรับมือกับความท้าทายระดับโลก และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ผ่านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยจะครอบคลุมหัวข้อที่สำคัญต่างๆ มากมาย ตั้งแต่การใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ข้อมูลและดิจิทัล รวมถึง Generative AI ตลอดจนความท้าทายและโอกาสในด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ เพื่อการฟื้นฟูระบบนิเวศทางธรรมชาติ รังสีคอสมิก และความหลากหลายทางชีวภาพของจุลินทรีย์และการแพทย์ เป็นต้น

            ผู้สนใจสามารถส่งบทคัดย่อและบทความฉบับเต็มเข้าร่วมȨ๶สนอผลงาน ได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 และสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่บัดนี้ – 30 กันยายน 2567 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมได้ที่เว็บไซต์

The post แถลงข่าว “ครบรอบ 5 ทศวรรษ การประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี “STT50” appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
พิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามอนุสิทธิบัตร โครงการวิจัย “องค์ประกอบไฮโดรเจลกักเก็บอนุภาคนาโนที่ห่อหุ้มน้ำมันหอมระเหย และกรรมวิธีการเตรียม” /news/154635/ Wed, 10 Apr 2024 00:00:00 +0000 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 อาคารจามจุรี 4ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ รองอธิการบดี ด้านการวางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์ นวัตกรรม และพันธกิจสากล จุฬาฯ คุณวไรรัตน์ ผ่องจิตต์ กรรมการ บริษัท พรีเมียร์ อินโนว่า จำกัด อ.ดร. ธีรพงศ์ ยะทา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเมียร์ อินโนว่า จำกัด และ ผศ.สพ.ญ.ดร.ศิรกานต์ ฐิตวัฒน์ อาจารย์คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมลงนามในพิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามอนุสิทธิบัตร “องค์ประกอบไฮโดรเจลกักเก็บอนุภาคนาโนที่ห่อหุ้มน้ำมันหอมระเหย และกรรมวิธีการเตรียม” ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าของอนุสิทธิบัตร ให้แก่บริษัท พรีเมียร์ อินโนว่า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ดำเนินกิจการค้นคว้า วิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่าย ให้บริการค้นคว้า วิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่าย อนุภาคนาโนสารสกัด สำหรับสินค้าหรือบริการต่างๆ […]

The post พิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามอนุสิทธิบัตร โครงการวิจัย “องค์ประกอบไฮโดรเจลกักเก็บอนุภาคนาโนที่ห่อหุ้มน้ำมันหอมระเหย และกรรมวิธีการเตรียม” appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 อาคารจามจุรี 4ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ รองอธิการบดี ด้านการวางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์ นวัตกรรม และพันธกิจสากล จุฬาฯ คุณวไรรัตน์ ผ่องจิตต์ กรรมการ บริษัท พรีเมียร์ อินโนว่า จำกัด อ.ดร. ธีรพงศ์ ยะทา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเมียร์ อินโนว่า จำกัด และ ผศ.สพ.ญ.ดร.ศิรกานต์ ฐิตวัฒน์ อาจารย์คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมลงนามในพิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามอนุสิทธิบัตร “องค์ประกอบไฮโดรเจลกักเก็บอนุภาคนาโนที่ห่อหุ้มน้ำมันหอมระเหย และกรรมวิธีการเตรียม” ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าของอนุสิทธิบัตร ให้แก่บริษัท พรีเมียร์ อินโนว่า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ดำเนินกิจการค้นคว้า วิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่าย ให้บริการค้นคว้า วิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่าย อนุภาคนาโนสารสกัด สำหรับสินค้าหรือบริการต่างๆ รวมถึงการประยุกต์ใช้อนุภาคนาโนในการผลิตสินค้าหรือบริการต่างๆ

พิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามอนุสิทธิบัตร “องค์ประกอบไฮโดรเจลกักเก็บอนุภาคนาโนที่ห่อหุ้มน้ำมันหอมระเหย และกรรมวิธีการเตรียม” ในครั้งนี้จัดโดยศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ และบริษัทพรีเมียร์ อินโนว่า จำกัด โดยมี อ.ดร.ธีรพงศ์ ยะทา เป็นผู้กล่าวต้อนรับและกล่าวแนะนำบริษัท พรีเมียร์ อินโนว่า จำกัด 

โครงการวิจัย องค์ประกอบไฮโดรเจลกักเก็บอนุภาคนาโนที่ห่อหุ้มน้ำมันหอมระเหย  และกรรมวิธีการเตรียม” โดยคณะผู้วิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นก้าวแรกที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นาโนเทคโนโลยีที่มีความสำคัญของประเทศไทย เป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบนำเทคโนโลยีนาโนเอนแคปซูเลชั่น เพื่อนำส่งสารสำคัญไปยังส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเวชสำอาง อาหารเชิงฟังก์ชั่น ตลอดจนผลิตภัณฑ์ในสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ และพัฒนาต่อยอดเป็นองค์ประกอบในระบบนำส่งสารทางเภสัชกรรมและสมุนไพร เป็นการเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศด้านวัตถุดิบ สารสกัดจากธรรมชาติ สู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม รวมทั้งเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมห่วงโซ่การผลิตสินค้าด้านสุขภาพและชีวภาพในประเทศไทย ถือเป็นการส่งเสริมนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ของประเทศอย่างแท้จริง

The post พิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามอนุสิทธิบัตร โครงการวิจัย “องค์ประกอบไฮโดรเจลกักเก็บอนุภาคนาโนที่ห่อหุ้มน้ำมันหอมระเหย และกรรมวิธีการเตรียม” appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
เปิดตัวนวัตกรรม “ชุดตรวจคัดกรองไตด้วยตนเอง” ฝีมือแพทย์จุฬาฯ ใช้งานง่าย แม่นยำสูง พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ /news/154266/ Tue, 09 Apr 2024 00:00:00 +0000                 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 ณ ห้อง 1201 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ๶ป็ȨระธาȨนงานเปิดตัววิจัยนวัตกรรมชุดตรวจไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ ผลงานของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และทีมนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ สามารถคัดกรองภาวะไตเสื่อมได้ด้วยตนเอง ใช้งานง่าย ความแม่นยำสูง พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์เพื่อการเข้าถึงและความมั่นคงของระบบสุขภาพไทย เตรียมจัดจำหน่ายช่วงกลางปี 2567                 ในงานเปิดตัวนวัตกรรมครั้งนี้มีผู้บริหารภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน และทีมวิจัยร่วมในงาน ประกอบด้วย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ศ.ดร.นพ.ณัฐชัย ศรีสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำȨยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และผู้อำนวยการศูนย์ความ๶ป็Ȩลิศทางการแพทย์ึϹานโรคไตใȨาวะวิกฤตแห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รศ.ดร.กิตตินันท์ โกมลภิส รองผู้อำȨยการสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ ศ.ดร.ศิริรัตน์ เร่งพิพัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจวินิจฉัยตามมาตรฐานสากล Qualified Diagnostic Development center ดร.จุไรรัตน์ พรหมใจ ผู้จัดการงานวิจัย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) คุณนริศา มัณฑางกูร ผู้อำนวยการโปรแกรมบริหารและพัฒนาเทคโนโลยี […]

The post เปิดตัวนวัตกรรม “ชุดตรวจคัดกรองไตด้วยตนเอง” ฝีมือแพทย์จุฬาฯ ใช้งานง่าย แม่นยำสูง พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

                เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 ณ ห้อง 1201 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ๶ป็ȨระธาȨนงานเปิดตัววิจัยนวัตกรรมชุดตรวจไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ ผลงานของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และทีมนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ สามารถคัดกรองภาวะไตเสื่อมได้ด้วยตนเอง ใช้งานง่าย ความแม่นยำสูง พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์เพื่อการเข้าถึงและความมั่นคงของระบบสุขภาพไทย เตรียมจัดจำหน่ายช่วงกลางปี 2567

                ในงานเปิดตัวนวัตกรรมครั้งนี้มีผู้บริหารภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน และทีมวิจัยร่วมในงาน ประกอบด้วย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ศ.ดร.นพ.ณัฐชัย ศรีสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำȨยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และผู้อำนวยการศูนย์ความ๶ป็Ȩลิศทางการแพทย์ึϹานโรคไตใȨาวะวิกฤตแห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รศ.ดร.กิตตินันท์ โกมลภิส รองผู้อำȨยการสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ ศ.ดร.ศิริรัตน์ เร่งพิพัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจวินิจฉัยตามมาตรฐานสากล Qualified Diagnostic Development center ดร.จุไรรัตน์ พรหมใจ ผู้จัดการงานวิจัย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) คุณนริศา มัณฑางกูร ผู้อำนวยการโปรแกรมบริหารและพัฒนาเทคโนโลยี เครื่องมือแพทย์และหุ่นยนต์ทางการแพทย์ขั้นสูง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) และคุณอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี

                ศ.ดร.นพ.ณัฐชัย ศรีสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และผู้อำนวยการศูนย์ ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤตแห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวถึง สถานการณ์ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในประเทศไทยในปัจจุบันว่ามีมากถึง 17.5.% ของประชากร คิดเป็นประชากรประมาณ 11 ล้านคน (อ้างอิงจากข้อมูลจาก Thai SEEK project โดย ศ.ดร.พญ.อติพร อิงค์สาธิต และคณะ) โดยในแต่ละปีจำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง รวมถึงผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดทดแทนไตเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่ลดลง ภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น และเพิ่มค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุข ปัจจุบันการตรวจวินิจฉัยโรคไตเรื้อรังอาศัยค่าการตรวจซีรั่มครีอะตินีน และการตรวจไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ ซึ่งผู้ป่วยต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาล เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายและสูญเสียเวลาเป็นอย่างมากต่อผู้ป่วย นอกจากนั้นเทคนิคการตรวจค่าการทำงานของไตยังมีความหลากหลาย ทำให้บางครั้งขาดความแม่นยำ ทีมวิจัยจึงพัฒนาชุดทดสอบไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ (Microalbuminuria Rapid Test) เพื่อตรวจคัดกรองโรคไตเรื้อรังในระยะเริ่มต้น โดยได้รับความร่วมมือเครือข่ายวิจัยและพัฒนาจากหลายภาคส่วน โดยได้มีการทดสอบประสิทธิภาพที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และขยายผลไปสู่การคัดกรองในระดับพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ณ อำเภอ บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

                จุึϹึϹȨองชุึϸึϸอบไมโครอัลบูมิȨȨัสสาวะ ผู้ใช้งานสามารถตรวจระดับการทำงานของไตเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง (self-care) ง่ายต่อการใช้และการอ่านผล ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งในแง่ของนโยบายเชิงรุกที่แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขสามารถนำไปใช้ในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคไตในระยะเริ่มต้น ซึ่งการตรวจพบโรคไตตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดการตระหนักรู้ (self-literacy) และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต (lifestyle modification) เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไตเรื้อรังต่อไป

                รศ.ดร.กิตตินันท์ โกมลภิส รองผู้อำȨยการสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์กล่าวว่า การพัฒนาแถบตรวจคัดกรองไมโครอัลบูมินเริ่มต้นเมื่อปี 2550 โดย รศ.ดร.กิตตินันท์ร่วมกับ รศ.ดร.วนิดา หลายวัฒนไพศาล คณะสหเวชศาสตร์ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาดูแลวิทยานิพนธ์ของนิสิตที่ทำงานวิจัยที่สถาบันฯ ในการสร้างเซลล์ลูกผสมที่สร้างแอนติบอดีที่สามารถจับกับอัลบูมินได้อย่างจำเพาะ ซึ่งแอนติบอดีนี้เป็นส่วนสำคัญของแถบตรวจคัดกรองไมโครอัลบูมิน ทั้งนี้การสร้างและผลิตแอนติบอดีได้เอง ทำให้สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ ไม่ติดอยู่แค่ในระดับงานวิจัยเท่านั้น ต่อมา ทีมวิจัยได้ทำการคัดเลือกโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่มีความเหมาะสม และนำไปใช้พัฒนาแถบตรวจอัลบูมินต้นแบบ แต่ยังไม่ได้มีการทดสอบการใช้งานกับปัสสาวะผู้ป่วยจริง จนกระทั่ง ศ.ดร.นพ.ณัฐชัย ได้นำแถบตรวจไปใช้งานจริง จึงเกิดเป็นโครงการวิจัยทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานแถบตรวจคัดกรองอัลบูมินในปัสสาวะผู้ป่วย ซึ่งจากผลวิจัยพบว่าการตรวจด้วยแถบทดสอบที่ถูกพัฒนาขึ้นนี้ให้ผลตรวจที่สอดคล้องกับผลการตรวจด้วยวิธีที่ใช้ในโรงพยาบาลในปัจจุบัน

                ศ.ดร.ศิริรัตน์ เร่งพิพัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจวินิจฉัยตามมาตรฐานสากล กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยตามมาตรฐานสากล (Qualified Diagnostic Development Center, QDD Center) แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยได้รับการรับรองเป็นสถานที่ประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์ (ใบจดทะเบียนที่ กท. สผ. 182/2563) จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข และการบริหารจัดการผลิตเครื่องมือแพทย์อย่างมีคุณภาพ (Quality Management System, QMS) สอดคล้องตามมาตรฐานสากล ISO 13485:2016 โดยการรับรองจาก SGS, UKAS (Certificate TH23/00000017) ที่แสดงความสามารถของบุคลากรของศูนย์ที่มีความเชี่ยวชาญ มีอุปกรณ์ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ และมีกระบวนการผลิตชุดแถบทดสอบที่มีคุณภาพพร้อมจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ในกิจกรรม Design and Development and Production of Lateral Flow Immunochromatographic Strip test ซึ่งกระบวนการผลิตดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับการผลิต “ชุดตรวจไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ” ที่นำมาเปิดตัวในงานครั้งนี้ ดังนั้นศูนย์ฯ จึงมีความพร้อมในการรองรับหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบ (Third party) และติดตามเฝ้าระวังคุณภาพ (Quality surveillance) ของผลิตภัณฑ์ที่บูรณาการจากผลงานวิจัยของทีมจุฬาฯ หลายฝ่าย จนได้ชุดทดสอบที่มีประสิทธิภาพชุดนี้ โดยศูนย์ฯ จะเริ่มจากการสุ่มตัวอย่างชุดทดสอบจากกระบวนการผลิตในร้านค้าที่จำหน่ายตามท้องตลาดระหว่างที่มีการนำไปใช้จริงในประชาชนทั่วไป เพื่อนำมาตรวจสอบความถูกต้อง ความแม่นยำของชุดทดสอบที่ศูนย์ฯ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจของผลทดสอบที่สามารถนำไปใช้วิเคราะห์ทิศทางของสุขภาพไตเบื้องต้นได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมการสร้างมาตรฐานการประเมินคุณภาพชุดทดสอบที่มีจำหน่ายในท้องตลาด แบบได้ผลรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตเกิดความตระหนักและใส่ใจในกระบวนการผลิตให้มีมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ

                ดร.จุไรรัตน์ พรหมใจ ผู้จัดการงานวิจัย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า จากตัวเลขผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในประเทศไทยที่มีจำนวนมากถึง 17.5% และมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงข้อมูลจากการคำนวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีฟอกเลือดและวิธีล้างไตทางหน้าท้องอยู่ที่ประมาณ 378,095 บาทต่อรายต่อปี ส่งผลต่อภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ ดังนั้นนอกจากการพัฒนาวิจัยนวัตกรรมที่เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ให้มี คุณภาพตามมาตรฐานแล้ว สวรส. ให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ทั้งการผลักดันเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการขยายผลในเชิงพาณิชย์เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์ของกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งชุดตรวจไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ ที่ สวรส. มีส่วนร่วมในการสนับสนุนทุนวิจัยจนเห็นผลชัดเจนว่าสามารถลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ลดภาระและค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ ทำให้เห็นถึงโอกาสของการเพิ่มการเข้าถึงเพื่อลดการเจ็บป่วยของคนไทย และเพิ่มความมั่นคงให้กับระบบสุขภาพ ซึ่งในอนาคตหากสามารถผลักดันเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ ก็จะยกระดับการใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น โดยสามารถกระจายไปถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ซึ่งจะทำให้สามารถคัดกรองผู้ป่วยโรคไตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ส่งผลต่อการประหยัดงบประมาณด้านสุขภาพในภาพรวมของประเทศได้อย่างแน่นอน

                คุณนริศา มัณฑางกูร ผู้อำนวยการโปรแกรมบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์และหุ่นยนต์ทางการ แพทย์ขั้นสูง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลล์ (TCELS: Thailand Center of Excellence for Life Sciences) กล่าวว่า TCELS เล็งเห็นถึงความสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพไปสู่เชิงพาณิชย์และสร้างประโยชน์ต่อสังคม เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการและนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพอย่างเท่าเทียมในระบบประกันสุขภาพภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมา TCELS ได้ผนึกความร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) และนักวิจัยในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อส่งเสริมและต่อยอดศักยภาพของงานวิจัยทางการแพทย์และสุขภาพของคนไทย พร้อมผลักดันเข้าสู่ตลาดภาครัฐ หรือเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนไทย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายกว่า 48 ล้านคนทั่วประเทศ จากความร่วมมือดังกล่าว TCELS ได้ร่วมสนับสนุนและส่งเสริมนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพของคนไทยให้ได้มาตรฐาน ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศในการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย และการติดตามประเมินผลลัพธ์ของการดำเนินงาน (Monitoring & Evaluation: M&E) ทั้งนี้ มีนวัตกรรมไทยที่ได้ผลักดันเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าแล้ว เช่น ถุงทวารเทียมสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยนักวิจัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รากฟันเทียมสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีฟันทั้งปาก วิจัยและพัฒนาโดยมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น สำหรับชุดตรวจไมโครอัลบูมินในปัสสาวะเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมไทยที่มีความสำคัญและกำลังขับเคลื่อนเป็นสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจคัดกรองโรคได้ด้วยตนเอง ลดความแออัดใน โรงพยาบาล เพิ่มความเท่าทันในการดูแลและรักษาโรคก่อนไปถึงระยะสุดท้าย ช่วยลดงบประมาณด้านสุขภาพจากภาครัฐ และเพิ่มศักยภาพและจำนวนของนวัตกรรมฝีมือคนไทย อันมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ สนับสนุนความก้าวหน้าของ อุตสาหกรรมทางการแพทย์และสุขภาพของไทยได้อย่างยั่งยืน ซึ่ง TCELS มีความพร้อมในการสนับสนุนศักยภาพของ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และสุขภาพ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศ ให้ สามารถก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจบริการสุขภาพแบบครบวงจรประเทศหนึ่งของโลก

                คุณอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี กล่าวว่า ขอขอบคุณคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่ให้ความไว้วางใจกับ BJC Healthcare ให้มีส่วนร่วมในการส่งมอบผลิตภัณฑ์สุขภาพให้กับคนไทยในครั้งนี้ ทาง BJC Healthcare พร้อมที่จะให้ความร่วมมือและการสนับสนุนภาครัฐ เพื่อต่อยอดนวัตกรรมทางสุขภาพให้กับคนไทยต่อไปในอนาคต ทั้งนี้  BJC Healthcare มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและโรคไตมายาวนานเกือบ 30 ปี มีความเข้าใจในระบบสาธารณสุขและการดูแลผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งผลิตภัณฑ์ ALBII (อัลบี) ชุดตรวจคัดกรองโรคไตเบื้องต้นด้วยตนเองที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ พัฒนาขึ้นจะช่วยให้ทุกคนสามารถดูแลผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่ระดับการป้องกัน การรักษา และการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร ทั้งนี้ BJC Healthcare มีศักยภาพและความพร้อมในการ ทำการตลาดและมีช่องทางการกระจายสินค้าทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้งานวิจัยและผลงานนวัตกรรมของสถาบันการศึกษาถูกส่งต่อให้กับประชาชน และเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของคนไทย โดยช่องทางการกระจายผลิตภัณฑ์ ที่บริษัทฯ มีพร้อมอยู่แล้ว ได้แก่ Pure Pharmacy ใน Big C คลินิกสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อีกทั้งเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น ทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ยังได้ให้การสนับสนุนการจำหน่ายในช่องทางตู้ Vending ผลิตภัณฑ์ของทางศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์และการประกอบการ (CMICe) และ ร้านค้า ฬ Care ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ ALBII จะเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการตรวจสอบการทำงานของไตด้วยตนเองเบื้องต้น ที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการใช้บริการในโรงพยาบาล

The post เปิดตัวนวัตกรรม “ชุดตรวจคัดกรองไตด้วยตนเอง” ฝีมือแพทย์จุฬาฯ ใช้งานง่าย แม่นยำสูง พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
พิธีลงȨมสัญญาถ่ายทอึϹทคโนโลยี๶กี่ยวกับกระบวนการผลิตสารละลายไฟโบรอิȨหมปลอด๶ชื้อ /news/150423/ Thu, 22 Feb 2024 00:00:00 +0000 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ณ เรือนจุฬานฤมิต ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแคน อำนวยพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอนจินไลฟ์ จำกัด และ อ.ดร.ศรัณย์ กีรติหัตถยากร คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมพิธีลงȨมสัญญาถ่ายทอึϹทคโนโลยี๶กี่ยวกับกระบวนการผลิตสารละลายไฟโบรอิȨหมปลอด๶ชื้อ ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นเจ้าของเทคโนโลยี ให้แก่บริษัท เอนจินไลฟ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้การบ่มเพาะของ CU Engineering Enterprise ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานจากศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ (CU Innovation Hub) พิธีลงȨมสัญญาถ่ายทอึϹทคโนโลยี๶กี่ยวกับกระบวนการผลิตสารละลายไฟโบรอิȨหมปลอด๶ชื้อในครั้งนี้จัดโดยศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ ๶ป็Ȩู้กล่าวเปิึϸาน รศ.ดร.โศรดา กนกพานนท์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ตัวแทนนักวิจัยจุฬาฯ กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของเทคโนโลยีกระบวนการผลิตสารละลายไฟรโบอินไหมปลอดเชื้อ และความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากนั้น นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ […]

The post พิธีลงȨมสัญญาถ่ายทอึϹทคโนโลยี๶กี่ยวกับกระบวนการผลิตสารละลายไฟโบรอิȨหมปลอด๶ชื้อ appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ณ เรือนจุฬานฤมิต ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแคน อำนวยพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอนจินไลฟ์ จำกัด และ อ.ดร.ศรัณย์ กีรติหัตถยากร คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมพิธีลงȨมสัญญาถ่ายทอึϹทคโนโลยี๶กี่ยวกับกระบวนการผลิตสารละลายไฟโบรอิȨหมปลอด๶ชื้อ ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นเจ้าของเทคโนโลยี ให้แก่บริษัท เอนจินไลฟ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้การบ่มเพาะของ CU Engineering Enterprise ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานจากศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ (CU Innovation Hub)

พิธีลงȨมสัญญาถ่ายทอึϹทคโนโลยี๶กี่ยวกับกระบวนการผลิตสารละลายไฟโบรอิȨหมปลอด๶ชื้อในครั้งนี้จัดโดยศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ ๶ป็Ȩู้กล่าวเปิึϸาน รศ.ดร.โศรดา กนกพานนท์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ตัวแทนนักวิจัยจุฬาฯ กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของเทคโนโลยีกระบวนการผลิตสารละลายไฟรโบอินไหมปลอดเชื้อ และความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากนั้น นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงความเชี่ยวชาญของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และความร่วมมือในเทคโนโลยีนี้ รศ.ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ ตัวแทนบริษัท เอนจินไลฟ์ จำกัด กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ
รศ.ดร.โศรดา กนกพานนท์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ตัวแทนนักวิจัยจุฬาฯ
นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
รศ.ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ ตัวแทนบริษัท เอนจินไลฟ์ จำกัด

โครงการวิจัยกระบวนการผลิตสารละลายไฟโบรอินไหมปลอดเชื้อ โดยคณะผู้วิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการสนับสนุนการผลิตรังไหมไทยแท้จากกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้รับความร่วมมือด้านการวิจัยจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยใช้งบประมาณหลักในการดำเนินการจากโครงการสร้างเสริมพลังจุฬาฯ ก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตชีววัสดุประเภทโปรตีนบริสุทธิ์ที่มีมาตรฐานสูงระดับสากล สามารถนำไปผลิตอุปกรณ์การแพทย์ความเสี่ยงสูงแบบฝังในร่างกายและย่อยสลายได้โดยปราศจากการปนเปื้อนและมีความปลอดภัยสูง เทคโนโลยีการผลิตสารละลายไฟโบรอินไหมปลอดเชื้อนี้ถือเป็นก้าวแรกที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ความเสี่ยงสูงของประเทศไทย เป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ย่อยสลายได้ในร่างกาย ซึ่งจะทำให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อการผ่าตัด อุปกรณ์ทันตกรรม เป็นองค์ประกอบในระบบนำส่งสารปลอดฤทธิ์ทางเภสัชกรรมและสมุนไพร การผลิตเวชสำอาง เพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศด้านการแพทย์ และเพิ่มโอกาสให้คนไทยได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียม รวมทั้งเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมมาตรฐานห่วงโซ่การผลิตหม่อนไหมในประเทศไทย ส่งเสริมนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ของรัฐบาล

The post พิธีลงȨมสัญญาถ่ายทอึϹทคโนโลยี๶กี่ยวกับกระบวนการผลิตสารละลายไฟโบรอิȨหมปลอด๶ชื้อ appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
อาจารย์ นักวิจัยและนิสิตจุฬาฯ รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2567 /news/148533/ Mon, 05 Feb 2024 00:00:00 +0000 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 ณ Event Hall 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ทรงเป็นประธานเปิดงาน“วันนักประดิษฐ์ (Thailand Inventor’s Day 2024)” และพระราชทานเกียรติบัตรให้แก่ผู้ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพȨ์ และรางวัลผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมีอาจารย์ นักวิจัย และนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับรางวัลทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ 4 ท่าน รางวัลผลงานวิจัย 9 รางวัล รางวัลวิทยานิพȨ์ 1 รางวัล และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น 9 รางวัล ในการนี้ ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดี ด้านการวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่อาจารย์นักวิจัยจุฬาฯ ที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติในปีนี้ วันนักประดิษฐ์ […]

The post อาจารย์ นักวิจัยและนิสิตจุฬาฯ รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2567 appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 ณ Event Hall 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ทรงเป็นประธานเปิดงาน“วันนักประดิษฐ์ (Thailand Inventor’s Day 2024)” และพระราชทานเกียรติบัตรให้แก่ผู้ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพȨ์ และรางวัลผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมีอาจารย์ นักวิจัย และนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับรางวัลทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ 4 ท่าน รางวัลผลงานวิจัย 9 รางวัล รางวัลวิทยานิพȨ์ 1 รางวัล และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น 9 รางวัล ในการนี้ ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดี ด้านการวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่อาจารย์นักวิจัยจุฬาฯ ที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติในปีนี้

วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2567 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายใต้แนวคิด “สิ่งประึϸษฐ์และȨัตกรรมȨประเทศ” พร้อมทั้งจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ นิทรรศการรางวัลการวิจัยแห่งชาติ นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากหน่วยงานเครือข่ายในประเทศและต่างประเทศ มหกรรมประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ IPITEx 2024 นิทรรศการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน Thailand New Gen Inventors Award 2024: I-New Gen Award 2024 เป็นต้น

  • ติดตามรายละเอียดอาจารย์ นักวิจัย และนิสิตจุฬาฯ ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ปี 2567 ได้ที่
  • จุฬาฯ รับรางวัลในงาȨถลงྺ่าว อว. ประจำปี 2567
  • ึϸวน์โหลึϸาพถ่ายภายใȨานที่

(ข้อมูลจากสำนักบริหารวิจัย จุฬาฯ)

The post อาจารย์ นักวิจัยและนิสิตจุฬาฯ รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2567 appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
จุฬาฯ รับรางวัลใหญ่ในงาน “Future Thailand อว.ยุคใหม่ เพื่ออนาคตประเทศไทย” /news/146823/ Sat, 13 Jan 2024 00:00:00 +0000 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยྺอแสดงความยินึϸกับบุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ไึϹรับรางวัลในงาน “Future Thailand อว.ยุคใหม่ เพื่ออนาคตประเทศไทย” ซึ่งมีงาȨถลงྺ่าว “รางวัลการวิจัยแห่งชาติ” การจัดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2567 และพิธีมอบประกาศนียบัตรแสดงความยินดีแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ โดยมี คุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ๶ป็ȨระธาȨนพิธีและมอบประกาศนียบัตรแสดงความยินดีแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติ โดยมีคณาจารย์ นักวิจัยจุฬาฯ ได้รับรางวัลดังนี้ · เวที “Taiwan Innotech Expo 2023” (TIE 2023) ณ กรุงไทเป ไต้หวัน – ดร.นาฏนัดดา รอดทองคำ และคณะ จากสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ ผลงาȨรื่อง “อุปกรณ์ตรวจวัึϹลค๶ตทใน๶ลือดแบบพกพาสำหรับการช่วยชีวิตผู้ป่วยวิกฤตอย่างทัȨ่วงทีĝ (รางวัล๶หรียญเงิน) · เวที […]

The post จุฬาฯ รับรางวัลใหญ่ในงาน “Future Thailand อว.ยุคใหม่ เพื่ออนาคตประเทศไทย” appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยྺอแสดงความยินึϸกับบุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ไึϹรับรางวัลในงาน “Future Thailand อว.ยุคใหม่ เพื่ออนาคตประเทศไทย” ซึ่งมีงานแถลงข่าว “รางวัลการวิจัยแห่งชาติ” การจัดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2567 และพิธีมอบประกาศนียบัตรแสดงความยินดีแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ โดยมี คุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ๶ป็ȨระธาȨนพิธีและมอบประกาศนียบัตรแสดงความยินดีแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติ โดยมีคณาจารย์ นักวิจัยจุฬาฯ ได้รับรางวัลดังนี้

· เวที “Taiwan Innotech Expo 2023” (TIE 2023) ณ กรุงไทเป ไต้หวัน

ดร.นาฏนัดดา รอดทองคำ และคณะ จากสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ ผลงาȨรื่อง “อุปกรณ์ตรวจวัึϹลค๶ตทใน๶ลือดแบบพกพาสำหรับการช่วยชีวิตผู้ป่วยวิกฤตอย่างทัȨ่วงทีĝ (รางวัล๶หรียญเงิน)

· เวที “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New products” (iENA 2023) ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

ผศ.สพ.ญ.ภาวนา เชื้อศิริ และคณะ จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ ผลงาȨรื่อง “หุ่นจำลองอวัยวะหนูขาวใหญ่ (Rattus norvegicus) ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ ในรูปแบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง” (รางวัลพิ๶ศษ)

· เวที The 3rd Asia Exhibition of Innovations and Inventions Hong Kong” (AEII) ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง

ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ และคณะ จากคณะวิทยาศาสตร์ ผลงาȨรื่อง “BioCa: สารเสริมธาตุอาหารแคลเชียมชีวภาพสำหรับพืช” (รางวัล๶หรียญทอง) ดร.นิตยา แก้วแพรก ๶ป็Ȩู้ขึ้นรับรางวัล

อ.จีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์ และคณะ จากศูนย์นวัตกรรม โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม ผลงานเรื่อง “OxyRock” (รางวัล๶หรียญทอง)

ผศ.ดร.โสมฉาย บุญญานันต์ และคณะ จากคณะครุศาสตร์ ผลงานเรื่อง “WELL Weaver : นวัตกรรมการสานเพื่อสุขภาวะและการตกแต่งที่ยั่งยืน” (รางวัล๶หรียญทองแดง)

นอกจากนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้รับรางวัลอื่นๆ จากหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยระดับชาติ ได้แก่

· รางวัลผลงานวิจัยดีเด่นหน่วย บพท. ประจำปี 2565 ผลงานเรื่อง “การพัฒนาโคเนื้อจังหวัดน่าน ด้วยกลไกความร่วมมือเชิงพื้นที่” (ด้านการแก้ไขปัญหาและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอาชีพ) โดย ผศ.น.สพ.ดร.วินัย แก้วละมุล จากสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาฯ

· รางวัล World’s Top 2% scientists (Thailand)

· รางวัลสถาบันอุดมศึกษาที่มีศาสตราจารย์เพิ่มขึ้นสูงสุด (คณะรัฐศาสตร์)

· รางวัลสถาบันอุดมศึกษาที่มีศาสตราจารย์เพิ่มขึ้นสูงสุด (คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี)

· รางวัลสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับรองคุณภาพการศึกษานานาชาติเพิ่มสูงสุด (คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี)

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดการแถลงข่าว “รางวัลการวิจัยแห่งชาติ” และการจัดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2567 (Thailand Inventors’ Day 2024) ) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ฮอลล์ 100-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรง๶ป็ȨระธาȨนงาน และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติเข้าเฝ้ารับพระราชทานเกียรติบัตรรางวัลการวิจัยแห่งชาติ

ผู้สนใจเข้าร่วมงาน สามารถลงทะเบียนได้ที่

(ข้อมูลจากสำนักบริหารวิจัย จุฬาฯ)

The post จุฬาฯ รับรางวัลใหญ่ในงาน “Future Thailand อว.ยุคใหม่ เพื่ออนาคตประเทศไทย” appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
สัตวแพทย์ จุฬาฯ ผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจรั่วในสุนัขด้วยนวัตกรรมใหม่ สำเร็จรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย /news/146796/ Fri, 12 Jan 2024 00:00:00 +0000 โรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วในสุนัข (Mitral Valve Regurgitation) หรือโรคลิ้นหัวใจไมตรัลเสื่อมในสุนัข (Degenerative Mitral Valve Disease) เป็นโรคหัวใจในสุนัขที่พบได้มากที่สุดราว 70 – 80 % ส่วนใหญ่พบในสุนัขที่มีอายุมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขพันธุ์ขนาดเล็กและกลาง ซึ่งการรักษาโดยการใช้ยาเป็นการรักษาหลัก ปัจจุบันมีความก้าวหน้าในการรักษาลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วโดยการซ่อมลิ้นหัวใจด้วยตัวหนีบลิ้นหัวใจ mitral clamp ผ่านการผ่าตัด โดยอาจารย์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำโดย รศ.น.สพ.ดร.อนุศักดิ์ กิจถาวรรัตน์ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับทีมสัตวแพทย์อีก 6 ท่านจากโรงพยาบาลสัตว์มอนสเตอร์แคร์ โรงพยาบาลสัตว์โมทิเว็ท และโรงพยาบาลสัตว์บางกอกฮาร์ท ซึ่งประสบความสำเร็จใȨารผ่าตัดสุȨขที่๶ป็Ȩรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วด้วยวิธีดังกล่าวเป็ȨคสแรกใȨระ๶ทศไทย เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2567 และเคสที่สองเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ผลการผ่าตัดประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะทำให้มีแผลขนาดเล็ก ไม่ต้องใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียม ทำให้สุนัขฟื้นตัวเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้หัวใจสุนัขจะปรับสภาพใหม่และช่วยชะลอการเข้าสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิต การรักษาด้วยตัวหนีบลิ้นหัวใจ Mitral clamp นี้มีการทำในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศในยุโรป จีน ญี่ปุ่น […]

The post สัตวแพทย์ จุฬาฯ ผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจรั่วในสุนัขด้วยนวัตกรรมใหม่ สำเร็จรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

โรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วในสุนัข (Mitral Valve Regurgitation) หรือโรคลิ้นหัวใจไมตรัลเสื่อมในสุนัข (Degenerative Mitral Valve Disease) เป็นโรคหัวใจในสุนัขที่พบได้มากที่สุดราว 70 – 80 % ส่วนใหญ่พบในสุนัขที่มีอายุมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขพันธุ์ขนาดเล็กและกลาง ซึ่งการรักษาโดยการใช้ยาเป็นการรักษาหลัก

ปัจจุบันมีความก้าวหน้าในการรักษาลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วโดยการซ่อมลิ้นหัวใจด้วยตัวหนีบลิ้นหัวใจ mitral clamp ผ่านการผ่าตัด โดยอาจารย์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำโดย รศ.น.สพ.ดร.อนุศักดิ์ กิจถาวรรัตน์ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับทีมสัตวแพทย์อีก 6 ท่านจากโรงพยาบาลสัตว์มอนสเตอร์แคร์ โรงพยาบาลสัตว์โมทิเว็ท และโรงพยาบาลสัตว์บางกอกฮาร์ท ซึ่งประสบความสำเร็จใȨารผ่าตัดสุȨขที่๶ป็Ȩรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วด้วยวิธีดังกล่าวเป็ȨคสแรกใȨระ๶ทศไทย เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2567 และเคสที่สองเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ผลการผ่าตัดประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะทำให้มีแผลขนาดเล็ก ไม่ต้องใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียม ทำให้สุนัขฟื้นตัวเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้หัวใจสุนัขจะปรับสภาพใหม่และช่วยชะลอการเข้าสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิต การรักษาด้วยตัวหนีบลิ้นหัวใจ Mitral clamp นี้มีการทำในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศในยุโรป จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เริ่มจากการนำมาใช้ผ่าตัดในคนและใช้ในสัตว์ในเวลาต่อมา โดยในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่มีการรักษาด้วยวิธีนี้มาก่อน

รศ.น.สพ.ดร.อนุศักดิ์ กิจถาวรรัตน์ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ผู้อำนวยการศูนย์สัตว์ทดลอง จุฬาฯ เปิดเผยว่า โรคลิ้นหัวใจรั่วในสุนัขจะพบเพิ่มขึ้นตามอายุของสุนัขที่มากขึ้น โรคนี้แบ่งออกเป็นระยะที่ยังไม่แสดงอาการ และระยะที่แสดงอาการแล้ว สุนัขที่ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย ไอ หอบ จนถึงระยะรุนแรงคือน้ำท่วมปอด หัวใจล้มเหลวและเสียชีวิต สุนัขที่มีภาวะลิ้นหัวใจรั่วจะทำให้เลือดไหลย้อนกลับจากหัวใจห้องล่างซ้ายขึ้นไปหัวใจห้องบนซ้าย หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดภาวะเลือดไหลย้อนกลับไปที่ปอด เกิดภาวะน้ำท่วมปอดได้ วิธีการซ่อมลิ้นหัวใจด้วยตัวหนีบลิ้นหัวใจ mitral clamp ผ่านการผ่าตัดสามารถทำได้ในสุนัขพันธุ์ที่มีความชุกของโรคนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสุนัขพันธุ์ที่มีขนาดเล็กหรือขนาดกลาง เช่น ปอมเมอเรเนียน ชิสุ ชิวาวา ฯลฯ โดยการผ่าตัดเปิดที่ช่องอกสุนัขต้องใช้ทีมงานฝ่ายต่างๆ ในการทำงานประสานกัน

เจ้าของสุนัขที่สนใจจะนำสุนัขที่ป่วยด้วยโรคลิ้นหัวใจรั่วมารักษาด้วยวิธีการโดยการซ่อมลิ้นหัวใจด้วยตัวหนีบลิ้นหัวใจ mitral clamp ผ่านการผ่าตัด สามารถนำสุนัขมาตรวจว่าสามารถผ่าตัดรักษาด้วยวิธีการนี้ได้หรือไม่ โดยติดต่อได้ที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ หรือที่โรงพยาบาลสัตว์มอนสเตอร์แคร์ โรงพยาบาลสัตว์โมทิเว็ท และโรงพยาบาลสัตว์บางกอกฮาร์ท    

รศ.น.สพ.ดร.อนุศักดิ์ ฝากคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลและสังเกตอาการสุนัขที่ป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว รวมทั้งโรคหัวใจ หากพบอาการในเบื้องต้น เช่น สุนัขเหนื่อยง่ายผิดปกติ มีอาการไอ ถ้าตรวจเจอในระยะต้นก่อนที่จะมีอาการน้ำท่วมปอดสามารถรักษาให้หายได้ทั้งการให้ยาหรือจะใช้วิธีการผ่าตัดก็ได้

The post สัตวแพทย์ จุฬาฯ ผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจรั่วในสุนัขด้วยนวัตกรรมใหม่ สำเร็จรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>