Sasin School of Management Archives - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย /tag/sasin-school-of-management/ Thu, 07 May 2026 12:05:39 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.4 https://web-cdn.chula.ac.th/web-dev/2026/07/favicon-1-150x150.webp Sasin School of Management Archives - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย /tag/sasin-school-of-management/ 32 32 อ่านอนาคต 5 ปีข้างหน้า ผ่านสายตาผู้นำด้านนวัตกรรม เมื่อเทคโนโลยีใหม่กำลังกำหนดเกมโลก /news/301027/ Wed, 29 Apr 2026 09:25:28 +0000 /news/auto-draft/ โลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีอย่าง AI, บล็อกเชน และหุ่นยนต์ ไม่ได้พัฒนาแบบแยกส่วนอีกต่อไป แต่กำลัง “หลอมรวม” เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่มีศักยภาพในการพลิกโฉมทั้งระบบการเงิน การผลิต และตลาดแรงงานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจบล็อกเชนและกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ระบุว่า ในอนาคตทุกสิ่งที่สามารถแปลงเป็นโทเคนได้ (tokenized) จะถูกแปลงเป็นโทเคน บริการทางการเงินจะอยู่ในระบบไร้ศูนย์กลาง (decentralized) และเข้าถึงผู้คนในวงกว้างมากขึ้น บทบาทของ AI จะเปลี่ยนจาก “เครื่องมือ” ไปสู่ “ตัวแทน” (agents) ที่สามารถตัดสินใจและทำธุรกรรมได้ด้วยตนเอง โดยมีแนวโน้มว่าปริมาณธุรกรรมจาก AI agents จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจแซงหน้าธุรกรรมโดยมนุษย์ในอนาคตอันใกล้ คุณจิรายุสกล่าวต่อว่า AI เปรียบเสมือน “computing operating system” ขณะที่บล็อกเชนทำหน้าที่เป็น “economic operating system” ซึ่งจะช่วยให้การแลกเปลี่ยนมูลค่าเกิดขึ้นได้แบบทันที ไร้พรมแดน และไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีในกลุ่มอุตสาหกรรม […]

The post อ่านอนาคต 5 ปีข้างหน้า ผ่านสายตาผู้นำด้านนวัตกรรม เมื่อเทคโนโลยีใหม่กำลังกำหนดเกมโลก appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

โลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีอย่าง AI, บล็อกเชน และหุ่นยนต์ ไม่ได้พัฒนาแบบแยกส่วนอีกต่อไป แต่กำลัง “หลอมรวม” เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่มีศักยภาพในการพลิกโฉมทั้งระบบการเงิน การผลิต และตลาดแรงงานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจบล็อกเชนและกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ระบุว่า ในอนาคตทุกสิ่งที่สามารถแปลงเป็นโทเคนได้ (tokenized) จะถูกแปลงเป็นโทเคน บริการทางการเงินจะอยู่ในระบบไร้ศูนย์กลาง (decentralized) และเข้าถึงผู้คนในวงกว้างมากขึ้น

บทบาทของ AI จะเปลี่ยนจาก “เครื่องมือ” ไปสู่ “ตัวแทน” (agents) ที่สามารถตัดสินใจและทำธุรกรรมได้ด้วยตนเอง โดยมีแนวโน้มว่าปริมาณธุรกรรมจาก AI agents จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจแซงหน้าธุรกรรมโดยมนุษย์ในอนาคตอันใกล้

คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด

คุณจิรายุสกล่าวต่อว่า AI เปรียบเสมือน “computing operating system” ขณะที่บล็อกเชนทำหน้าที่เป็น “economic operating system” ซึ่งจะช่วยให้การแลกเปลี่ยนมูลค่าเกิดขึ้นได้แบบทันที ไร้พรมแดน และไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจโลก

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีในกลุ่มอุตสาหกรรม 4.0 เช่น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, 3D printing และ Internet of Things (IoT) จะทำงานเป็นระบบนิเวศเดียวกัน โดยมีบล็อกเชนเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระบบ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 จะเสริมซึ่งกันและกันเพื่อปลดล็อกศักยภาพและความสามารถใหม่ ๆ ในอีกห้าปีข้างหน้า”

ึϹาน&Բ;Sahdev Phawa รองประธานกรรมการ Vision Lab บริษัทด้าน robotics และ vision language models ชี้ให้เห็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ นั่นคือการที่ AI กำลังจะก้าวออกจากโลกดิจิทัลสู่โลกกายภาพอย่างรวดเร็ว ผ่านเทคโนโลยี vision language models พัฒนาไปสู่การเข้าใจภาพและวิดีโอในระดับสูง

เขาระบุว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์คือ การที่ “สมอง” ของ AI จะถูกถ่ายโอนสู่ฮาร์ดแวร์ ทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่เน้นเฉพาะงานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

Sahdev Phawa รองประธานกรรมการ Vision Lab

“การเปลี่ยนผ่านจาก AI ในโลกข้อความ ไปสู่ AI ที่สามารถทำงานในโลกจริง จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรม” เขากล่าว พร้อมคาดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 2–3 ปีนี้

ึϹานDr. Brett A. Saraniti, Clinical Professor of Managerial Economics and Decision Sciences จาก Kellogg School of Managementได้อธิบายถึง “ทฤษฎีเกม” (Game Theory) ในฐานะเครื่องมือสำหรับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ โดยแนวคิดนี้ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อช่วยคาดการณ์พฤติกรรมของคู่แข่ง และเลือกแนวทางที่เหมาะสมในสถานการณ์ที่มีความซับซ้อน
ในบริบทธุรกิจ ทฤษฎีเกมถูกนำมาใช้เพื่อวางกลยุทธ์ โดยเฉพาะในการแข่งขันด้านนวัตกรรมซึ่งจังหวะเวลา (timing) และการเลือกใช้กลยุทธ์ มีผลต่อความสำเร็จ นอกจากนี้ Dr. Brett ยังได้กล่าวถึง “ทฤษฎีเกมเชิงวิวัฒนาการ” (Evolutionary Game Theory) ที่ช่วยอธิบายพฤติกรรมของตลาดในการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นที่ต้องสร้างฐานผู้ใช้งาน ไปจนถึงช่วงที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ แข่งขันกันเพื่อขยายอิทธิพลในตลาด

Dr. Brett A. Saraniti, Clinical Professor of Managerial Economics and Decision Sciences
จาก Kellogg School of Management

มุมมองดังกล่าวถูกสะท้อนในเวที Sasin Innovation Turbo Talk เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนวัตกรรม การเติบโต และภาวะผู้นำ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของธุรกิจในโลกยุคใหม่ จัดขึ้นโดยสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ดำเนินรายการโดยรองศาสตราจารย์ ดร. ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการและอาจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์

สำหรับประเทศไทย ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการ “ตามให้ทัน” เทคโนโลยี แต่คือการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ในระบบเศรษฐกิจที่กำลังจะเปลี่ยนไป ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล กรอบกำกับดูแลที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม และการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดรับกับเทคโนโลยีใหม่

The post อ่านอนาคต 5 ปีข้างหน้า ผ่านสายตาผู้นำด้านนวัตกรรม เมื่อเทคโนโลยีใหม่กำลังกำหนดเกมโลก appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
ศศินทร์ติด Top 100 Global MBA Ranking 2026 ของ Financial Times ขึ้นแท่น MBA อันดับ 1 ของไทย /news/288253/ Wed, 18 Feb 2026 12:04:00 +0000 /?post_type=news&p=406461 หลักสูตร MBA ของสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Top 100 หลักสูตร MBA ที่ดีที่สุดในโลก (อันดับที่ 97) จากการจัดอันดับ Financial Times Global MBA Ranking 2026 และยังติดอันดับ Top 20 ของเอเชีย Top 5 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย สำหรับการจัดอัȨับในด้าน Career Progress หลักสูตร MBA ของศศินทร์ติดอันดับ 5 ของโลก ส่วนด้าน International Course Experience ได้อันดับ 13 ของโลกและอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ การจัดอันดับในด้านการเรียนการสอนเรื่อง ESG และ Net Zero ศศินทร์ได้อันดับ […]

The post ศศินทร์ติด Top 100 Global MBA Ranking 2026 ของ Financial Times ขึ้นแท่น MBA อันดับ 1 ของไทย appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

หลักสูตร MBA ของสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Top 100 หลักสูตร MBA ที่ดีที่สุดในโลก (อันดับที่ 97) จากการจัดอันดับ Financial Times Global MBA Ranking 2026 และยังติดอันดับ Top 20 ของเอเชีย Top 5 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย

สำหรับการจัดอัȨับในด้าน Career Progress หลักสูตร MBA ของศศินทร์ติดอันดับ 5 ของโลก ส่วนด้าน International Course

Experience ได้อันดับ 13 ของโลกและอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ การจัดอันดับในด้านการเรียนการสอนเรื่อง ESG และ Net Zero ศศินทร์ได้อันดับ 5 ของเอเชีย ส่วนทางด้านงานวิจัย (Financial Times Research Rank) ได้อันดับ 9 ของเอเชีย

ในปีที่ผ่านมา หลักสูตร Executive MBA ของศศินทร์ ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Financial Times Global Top 100 เช่นเดียวกัน ทำให้ศศินทร์เป็นสถาบันสอนบริหารธุรกิจแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Financial Times Global Top 100 ทั้งหลักสูตร MBA และ Executive MBA

“การจัดอันดับครั้งนี้ยืนยันให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านอาชีพการงานและความสำเร็จของบัณฑิตศศินทร์ ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งของเราอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในด้านประสบการณ์การเรียนรู้แบบนานาชาติ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจากการสอนของคณาจารย์ ความหลากหลายของนิสิตและนิสิตเก่า และความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ของเรา” ศาสตราจารย์เอียน เฟนวิค (Professor Ian Fenwick) ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

“ที่น่ายินดีไม่แพ้กันคือ การที่การเรียนการสอนด้าน ESG และ Net Zero รวมถึงงานวิจัยของเราก็ได้รับการจัดอันดับที่ดีเช่นกัน” ศาสตราจารย์ เอียน กล่าวเสริม “สิ่งนี้ทำให้เห็นถึงความตั้งใจของศศินทร์ในการเป็นสถาบันสอนบริหารธุรกิจชั้นนำระดับสากลสำหรับโลกแห่งอนาคต”

หลักสูตร MBA ของศศินทร์ได้รับการออกแบบตามแนวคิด Transformative Action Learning ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง นิสิตจะได้แก้ไขโจทย์ธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง หาแนวทางแก้ไข และวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ได้ พร้อมทั้งได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนการสอนแบบนานาชาติ ผ่านการมีส่วนร่วมกับองค์กรชั้นนำทั่วโลก แก้ไขปัญหาธุรกิจที่ซับซ้อนในชั้นเรียน Action Learning Labs รวมถึงได้รับโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสถาบันพันธมิตรกว่า 50 แห่งทั่วโลก

ศศินทร์เปิดรับสมัครนักศึกษาสำหรับหลักสูตร MBA และ Executive MBA จนถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน Sasin Open House ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรับฟังข้อมูลหลักสูตร คำแนะนำการสมัคร และพบปะกับคณาจารย์ นิสิตเก่า และนิสิตปัจจุบันของศศินทร์

ลงทะ๶บียน๶ข้าร่วมงานได้&Բ;

๶กี่ยวกับ&Բ;Financial Times Global MBA Ranking

Financial Times สื่อธุรกิจชั้นนำระดับโลก จัดอันดับหลักสูตร MBA ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เพื่อช่วยให้ผู้สนใจศึกษาต่อสามารถตัดสินใจเลือกเรียนในสถาบันที่มีศักยภาพสำหรับการพัฒนาผู้นำทางธุรกิจระดับโลก การจัดอันดับครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 ใช้เกณฑ์ 21 ด้านในการประเมินจากผลสำรวจของศิษย์เก่า เช่น การสร้างผลงานวิจัยและองค์ความรู้ใหม่ ๆ โดยมีเกณฑ์หลักที่ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นการจัดอันดับ ได้แก่ ความก้าวหน้าในอาชีพ ความหลากหลายของนักศึกษา และความเป็นสากล

๶กี่ยวกับศศินทร์ –  sasin.edu

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Sasin School of Management ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2525ภายใต้ความร่วมมือของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Kellogg School of Management และ The Wharton School ศศินทร์เป็นสถาบันสอนบริหารธุรกิจหลักสูตรนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันชั้นนำระดับโลกทั้ง AACSB และ EQUIS

ศศินทร์เปิดสอนหลักสูตรที่หลากหลาย ภายใต้พันธกิจ “inspire. connect. transform. for a better, smarter, sustainable world” เพื่อขับเคลื่อนสู่โลกที่ดีขึ้น ฉลาดขึ้น และยั่งยืนขึ้น สร้างผู้ประกอบการที่จะสร้างอิมแพคเชิงบวกให้กับโลก ศศินทร์เป็นสถาบันสอนบริหารธุรกิจแห่งแรกของไทยที่ติดอันดับ Top 100 Financial Times Executive MBA Rankings 2025 และ Top 100 Financial Times MBA Rankings 2026 นอกจากนี้ ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 25 สถาบันสอนบริหารธุรกิจที่ดีที่สุดในเอเชีย จากการจัดอันดับของ QS Global MBA Rankings

The post ศศินทร์ติด Top 100 Global MBA Ranking 2026 ของ Financial Times ขึ้นแท่น MBA อันดับ 1 ของไทย appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
ศศินทร์–SCGC เปิดเวที ‘Bangkok Business Challenge 2026’ เฟ้นหาแนวคิดธุรกิจแห่งอนาคต /news/285775/ Tue, 03 Feb 2026 09:58:15 +0000 /news/auto-draft/ ge 2026 เวทีการแข่งขันแผนธุรกิจสำหรับนิสิต-นักศึกษาที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนานที่สุดในเอเชียกว่า 24 ปี พร้อมเปิดโอกาสให้นิสิต–นักศึกษาจากทุกประเทศได้ร่วมแสดงศักยภาพ นำเสนอแนวคิดและไอเดียธุรกิจที่มุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับโลกในอนาคต ภายใต้แนวคิด “Growing Impactful Ventures: Building Solutions for Tomorrow’s World” ชิงถ้วยรางวัลเกียรติคุณ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่าถึง 42,900 ดอลลาร์สหรัฐ การแข่งขัน Bangkok Business Challenge ถือเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมให้นิสิต–นักศึกษาได้พัฒนาและนำเสนอแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงไอเดียธุรกิจใหม่ ๆ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิต–นักศึกษาได้นำเสนอแผนธุรกิจให้เกิดขึ้นจริง พร้อมต่อยอดสู่การเติบโตในระดับสากล          นิสิต–นักศึกษาที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันและร่วมสัมผัสประสบการณ์บนเวที Bangkok Business Challenge 2026 ได้ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2569 โดยทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้าย ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 23 พฤษภาคม 2569 ณ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมัครได้แล้วผ่านทางเว็บไซต์ bbc.sasin.edu ติดตามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามได้ทาง Facebook page: Bangkok Business Challenge และอีเมล bbc@sasin.edu. ๶กี่ยวกับศศินทร์ –  sasin.edu สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย […]

The post ศศินทร์–SCGC เปิดเวที ‘Bangkok Business Challenge 2026’ เฟ้นหาแนวคิดธุรกิจแห่งอนาคต appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

ge 2026 เวทีการแข่งขันแผนธุรกิจสำหรับนิสิต-นักศึกษาที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนานที่สุดในเอเชียกว่า 24 ปี พร้อมเปิดโอกาสให้นิสิต–นักศึกษาจากทุกประเทศได้ร่วมแสดงศักยภาพ นำเสนอแนวคิดและไอเดียธุรกิจที่มุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับโลกในอนาคต ภายใต้แนวคิด Growing Impactful Ventures: Building Solutions for Tomorrow’s World” ชิงถ้วยรางวัลเกียรติคุณ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่าถึง 42,900 ดอลลาร์สหรัฐ

การแข่งྺัน&Բ;Bangkok Business Challenge ถือเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมให้นิสิต–นักศึกษาได้พัฒนาและนำเสนอแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงไอเดียธุรกิจใหม่ ๆ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิต–นักศึกษาได้นำเสนอแผนธุรกิจให้เกิดขึ้นจริง พร้อมต่อยอดสู่การเติบโตในระดับสากล         

นิสิต–นักศึกษาที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันและร่วมสัมผัสประสบการณ์บนเวที Bangkok Business Challenge 2026&Բ;ได้ตั้งแต่วัȨี่&Բ;2 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2569 โดยทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้าย ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 23 พฤษภาคม 2569 ณ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมัครได้แล้วผ่านทางเว็บไซต์  ติดตามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามได้ทาง Facebook page: &Բ;และอีเมล&Բ;bbc@sasin.edu.

๶กี่ยวกับศศินทร์&Բ;–&Բ;&Բ;sasin.edu

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Sasin School of Management ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2525ภายใต้ความร่วมมือของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Kellogg School of Management และ The Wharton School ศศินทร์เป็นสถาบันสอนบริหารธุรกิจหลักสูตรนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันชั้นนำระดับโลก ทั้ง AACSB และ EQUIS

ศศินทร์เปิดสอนหลักสูตรที่หลากหลาย ภายใต้พันธกิจ “inspire. connect. transform. for a better, smarter, sustainable world” เพื่อขับเคลื่อนสู่โลกที่ดีขึ้น ฉลาดขึ้น และยั่งยืนขึ้น สร้างผู้ประกอบการที่จะสร้างอิมแพคเชิงบวกให้กับโลก ศศินทร์เป็นสถาบันสอนบริหารธุรกิจแห่งแรกของไทยที่ติดอันดับ Top 100 Financial Times Executive MBA Rankings 2025 นอกจากนี้ ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 25 สถาบันสอนบริหารธุรกิจที่ดีที่สุดในเอเชีย จากการจัดอันดับของ QS Global MBA Rankings

The post ศศินทร์–SCGC เปิดเวที ‘Bangkok Business Challenge 2026’ เฟ้นหาแนวคิดธุรกิจแห่งอนาคต appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
ศศินทร์ เปิดหลักสูตรระยะสั้น “Sasin Innovation Turbo” พัฒนาผู้นำยุคใหม่ให้ก้าวนำการเปลี่ยนแปลงด้วยนวัตกรรม /news/284896/ Wed, 28 Jan 2026 09:22:00 +0000 /news/auto-draft/ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ๶ตรียมเปิดหลักสูตรระยะสั้น “Sasin Innovation Turbo: Winning the Future – Leading with Innovation in the Age of Disruptions” หลักสูตรใหม่ที่ผสมผสานการเรียนรู้ออนไลน์กับเวิร์กชอปออนไซต์แบบเข้มข้น เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก สร้างกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว Sasin Innovation Turbo จะช่วยให้ผู้บริหารและผู้นำองค์กรเข้าใจและสามารถคาดการณ์ “สัญญาณแห่งอนาคต” ทั้งในมิติเทคโนโลยี โครงสร้างประชากร สิ่งแวดล้อม และภูมิรัฐศาสตร์ โดยใช้ความรู้ความเข้าใจและแนวคิดเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้นำในยุคแห่งความไม่แน่นอน หลักสูตร Sasin Innovation Turbo สอนโดยสองผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านนวัตกรรม Dr. Robert C. Wolcott อาจารย์จาก Kellogg School of Management และ Booth School of Business ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและอนาคตศาสตร์ และ รศ.ดร. ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ […]

The post ศศินทร์ เปิดหลักสูตรระยะสั้น “Sasin Innovation Turbo” พัฒนาผู้นำยุคใหม่ให้ก้าวนำการเปลี่ยนแปลงด้วยนวัตกรรม appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ๶ตรียมเปิดหลักสูตรระยะสั้น “Sasin Innovation Turbo: Winning the Future – Leading with Innovation in the Age of Disruptions” หลักสูตรใหม่ที่ผสมผสานการเรียนรู้ออนไลน์กับเวิร์กชอปออนไซต์แบบเข้มข้น เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก สร้างกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว Sasin Innovation Turbo จะช่วยให้ผู้บริหารและผู้นำองค์กรเข้าใจและสามารถคาดการณ์ “สัญญาณแห่งอนาคต” ทั้งในมิติเทคโนโลยี โครงสร้างประชากร สิ่งแวดล้อม และภูมิรัฐศาสตร์ โดยใช้ความรู้ความเข้าใจและแนวคิดเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้นำในยุคแห่งความไม่แน่นอน

หลักสูตร Sasin Innovation Turbo สอนโดยสองผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านนวัตกรรม Dr. Robert C. Wolcott อาจารย์จาก Kellogg School of Management&Բ;และ Booth School of Business ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและอนาคตศาสตร์ และ รศ.ดร. ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการฝ่าย Learning Solutions&Բ;และอาจารย์ประจำศศินทร์ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและสอนวิชา “Age of Disruptions” และเป็นหนึ่งในวิทยากรจาก Southeast Asia ที่ได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนภูมิภาคขึ้นเวที TED Idea Search

Sasin Innovation Turbo ผสานรูปแบบการเรียนทั้งแบบ Face to Face และออนไลน์ ประกอบไปด้วย

  • Pre-Turboผู้เรียนจะได้เรียนรู้ออนไลน์ด้วยตนเองควบคู่ไปกับการเรียนออนไลน์สดผ่าน Zoom จำนวน 2-3 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง ในวันเสาร์หรืออาทิตย์ช่วงเย็น
  • Turbo Weekที่ผู้เรียนจะได้มาเรียนแบบ Face to Face ที่ศศินทร์ตลอดหนึ่งสัปดาห์ในช่วงบ่าย (เข้าเรียนอย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์) เป็นการเรียนรู้แบบเข้มข้นและเจาะลึกผ่านเวิร์กชอป การวิเคราะห์กรณีศึกษา เซสชันพิเศษ Sasin Turbo Talk ที่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจะมาร่วมบรรยายและแบ่งปันประสบการณ์ตรงให้กับผู้เรียน และการศึกษาดูงานในองค์กรชั้นนำที่เกี่ยวข้อง
  • Post-Turboจะปิดท้ายด้วยการทำโครงการและการสะท้อนความคิดร่วมกันจากการทำงานกลุ่ม โดยใช้เวลาเรียนออนไลน์สดผ่าน Zoom 1-2 ครั้ง (ครั้งละ 2 ชั่วโมง)

หลักสูตรนี้จึงตอบโจทย์ผู้บริหารหรือผู้นำองค์กรที่ต้องการพัฒนาความรู้อย่างคุ้มค่ามากที่สุดในเวลาระยะสั้น หลักสูตร Sasin Innovation Turbo เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้เชิงลึกผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การวิเคราะห์กรณีศึกษา และการออกแบบกลยุทธ์สำหรับอนาคตเพื่อเสริมศักยภาพผู้นำให้พร้อม “คาดการณ์” และ “กำหนด” ทิศทางขององค์กรในยุคแห่งความไม่แน่นอน

หลักสูตรเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม – 3 พฤษภาคม 2569

เปิดรับสมัครถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

สนใจสมัครเรียนได้ที่&Բ;

หรือสอบถามเพิ่มเติมทางอีเมล sasin.next@sasin.edu และโทร. 094-671-5797

๶กี่ยวกับศศินทร์

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Sasin School of Management เป็นสถาบันสอนบริหารธุรกิจหลักสูตรนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Kellogg School of Management และ The Wharton School วิสัยทัศน์ (Vision) ของศศินทร์คือการเป็นสถาบันการจัดการชั้นนำระดับโลกสำหรับโลกแห่งอนาคต และมีพันธกิจ (Mission) ในการสร้างแรงบันดาลใจ (inspire) เชื่อมต่อ (connect) และเปลี่ยนแปลง (transform) เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้น ฉลาดขึ้น และยั่งยืนขึ้น (for a better, smarter, sustainable world) สร้างผู้บริหารที่จะสร้างอิมแพคเชิงบวกให้กับโลกนี้ ด้วยการเป็นผู้นำสำหรับโลกแห่งอนาคต

The post ศศินทร์ เปิดหลักสูตรระยะสั้น “Sasin Innovation Turbo” พัฒนาผู้นำยุคใหม่ให้ก้าวนำการเปลี่ยนแปลงด้วยนวัตกรรม appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
ศศินทร์คว้าแชมป์โลกระดับบัณฑิตศึกษา Schlesinger Global Family Enterprise Case Competition 2026 /news/282832/ Fri, 16 Jan 2026 07:06:30 +0000 /news/auto-draft/ ทีมจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง ระดับบัณฑิตศึกษา (Graduate League) จากการแข่งขัน Schlesinger Global Family Enterprise Case Competition (SG-FECC) 2026 ที่เมือง Vermont ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอกย้ำความเป็นเลิศของศศินทร์ในด้านการเรียนการสอนด้านการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว (Family Business) ในระดับนานาชาติ การแข่งขัน SG-FECC จัดโดย Grossman School of Business University of Vermont ถือเป็นหนึ่งในเวทีแข่งขันแผนธุรกิจครอบครัวที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เปิดโอกาสให้นักศึกษา MBA ได้มีเวทีนำเสนอไอเดียและแผนธุรกิจครอบครัว ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย โดยการแข่งขันในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 13 และมีทีมผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 21 ทีม พร้อมด้วยโค้ชและผู้เข้าแข่งขันรวม 132 คน จาก 11 ประเทศใน 4 ทวีป ทีมศศินทร์ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยประกอบด้วย ปาสคาล กัลลีนา […]

The post ศศินทร์คว้าแชมป์โลกระดับบัณฑิตศึกษา Schlesinger Global Family Enterprise Case Competition 2026 appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

ทีมจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง ระดับบัณฑิตศึกษา (Graduate League) จากการแข่งྺัน&Բ;Schlesinger Global Family Enterprise Case Competition (SG-FECC) 2026 ที่เมือง Vermont ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอกย้ำความเป็นเลิศของศศินทร์ในด้านการเรียนการสอนด้านการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว (Family Business) ในระดับนานาชาติ

การแข่งขัน SG-FECC จัดโดย Grossman School of Business University of Vermont ถือเป็นหนึ่งในเวทีแข่งขันแผนธุรกิจครอบครัวที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เปิดโอกาสให้นักศึกษา MBA ได้มีเวทีนำเสนอไอเดียและแผนธุรกิจครอบครัว ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย โดยการแข่งขันในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 13 และมีทีมผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 21 ทีม พร้อมด้วยโค้ชและผู้เข้าแข่งขันรวม 132 คน จาก 11 ประเทศใน 4 ทวีป

ทีมศศินทร์ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยประกอบด้วย ปาสคาล กัลลีนา (Pascal Gallina), ภัทริยา ปิยะวิโรจน์, อรรัมภา อมรเกษมวงศ์, และ ปาลิน สุนทรชัย (Sasin MBA รุ่น 2025) ภายใต้การดูแลและให้คำแȨȨจากธนะโชติ วงศ์สืบชาติ (Sasin MBA รุ่น 2015) โดยทีมศศินทร์ได้แสดงให้เห็นถึงการทำงานเป็นทีม การวิเคราะห์เชิงลึก และภาวะผู้นำตลอดการแข่งขัน

ตลอดการแข่งขันทั้ง 4 รอบ ทีมศศินทร์สามารถทำคะแนนได้เป็นอันดับหนึ่งในทุกรอบ ก่อนที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศและคว้าอันดับหนึ่งมาได้ในที่สุด จากเนื้อหาที่เฉียบคม ความเข้าใจในธุรกิจอย่างลึกซึ้ง และทักษะการนำเสนอที่โดดเด่น นอกจากนี้ ปาลิน สุนทรชัย ยังได้รับรางวัล Best Presenter ในรอบชิงชนะเลิศอีกด้วย

The post ศศินทร์คว้าแชมป์โลกระดับบัณฑิตศึกษา Schlesinger Global Family Enterprise Case Competition 2026 appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
ศศินทร์ จุฬาฯ จัด Open House วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 /news/281209/ Wed, 07 Jan 2026 17:00:00 +0000 สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ขอเชิญผู้ที่สนใจสมัครเรียนในปีการศึกษา 2569 ร่วมงาน Sasin Open House ในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 10.00-12.00 น. ณ ศศินทร์ จุฬาฯ ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรของศศินทร์ ทั้ง MBA, Executive MBA และ DBA ภายในงานยังมีนิสิตปัจจุบัน นิสิตเก่า และคณาจารย์ศศินทร์ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนการสอนตามโปรแกรมที่สนใจ และสำหรับสำหรับผู้สมัครเรียน Sasin MBA ที่กำลังเตรียมตัวสอบ GMAT ห้ามพลาดกิจกรรมพิเศษ GMAT Insights Session ที่ศศินทร์จัดร่วมกับ GMAC  ในเวลา 13.00–13.45 น. (หลังงาน Sasin Open House) ลงทะเบียนร่วมงาน Open House ได้ที่ […]

The post ศศินทร์ จุฬาฯ จัด Open House วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ขอเชิญผู้ที่สนใจสมัครเรียนในปีการศึกษา 2569 ร่วมงาน Sasin Open House ในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 10.00-12.00 น. ณ ศศินทร์ จุฬาฯ

ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรของศศินทร์ ทั้ง MBA, Executive MBA และ DBA ภายในงานยังมีนิสิตปัจจุบัน นิสิตเก่า และคณาจารย์ศศินทร์ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนการสอนตามโปรแกรมที่สนใจ และสำหรับสำหรับผู้สมัครเรียน Sasin MBA ที่กำลังเตรียมตัวสอบ GMAT ห้ามพลาดกิจกรรมพิเศษ GMAT Insights Session ที่ศศินทร์จัดร่วมกับ GMAC  ในเวลา 13.00–13.45 น. (หลังงาน Sasin Open House)

ลงทะเบียนร่วมงาน Open House ได้ที่
ลงทะเบียนเข้าร่วม GMAT Insights Session ได้ที่

The post ศศินทร์ จุฬาฯ จัด Open House วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
ศศินทร์ เปิดหลักสูตรระยะสั้น Sasin AI Turbo พลิกโฉมธุรกิจด้วย Agentic AI /news/274840/ Wed, 03 Dec 2025 00:00:00 +0000 สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๶ตรียมเปิดหลักสูตรระยะสั้น Sasin AI Turbo หลักสูตรพิเศษที่ออกแบบและสอนโดยอาจารย์ชั้นนำจากสถาบันการศึกษาระดับโลกร่วมกับอาจารย์ของศศินทร์ เพื่อยกระดับความรู้และทักษะด้าน AI ของผู้นำรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ หลักสูตรเข้มข้นตลอด 9 สัปดาห์ทั้งการเรียนในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ในยุคที่ AI กลายมาเป็น “ผู้ตัดสินใจ” ที่สำคัญในองค์กร หลักสูตร Sasin AI Turbo ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้บริหารและผู้นำองค์กรเข้าใจการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ และประยุกต์ใช้ AI เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ หลักสูตรนี้ผสมผสานมุมมองระดับโลกและความเชี่ยวชาญในระดับภูมิภาคของคณาจารย์ชั้นนำผ่านการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง ลงลึกในเรื่องศักยภาพและการพัฒนา Agentic AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจาะลึกกรณีศึกษา รวมถึงฝึกทักษะการออกแบบ Prompt และการสร้าง AI Prototype เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ อาจารย์ผู้สอน Sasin AI Turbo ได้แก่ Dr. Karl Schmedders อาจารย์ด้านการเงินจาก IMD (International Institute for Management Development) ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ […]

The post ศศินทร์ เปิดหลักสูตรระยะสั้น Sasin AI Turbo พลิกโฉมธุรกิจด้วย Agentic AI appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๶ตรียมเปิดหลักสูตรระยะสั้น Sasin AI Turbo หลักสูตรพิเศษที่ออกแบบและสอนโดยอาจารย์ชั้นนำจากสถาบันการศึกษาระดับโลกร่วมกับอาจารย์ของศศินทร์ เพื่อยกระดับความรู้และทักษะด้าน AI ของผู้นำรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ หลักสูตรเข้มข้นตลอด 9 สัปดาห์ทั้งการเรียนในห้องเรียนและนอกห้องเรียน

ในยุคที่ AI กลายมาเป็น “ผู้ตัดสินใจ” ที่สำคัญในองค์กร หลักสูตร Sasin AI Turbo ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้บริหารและผู้นำองค์กรเข้าใจการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ และประยุกต์ใช้ AI เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ หลักสูตรนี้ผสมผสานมุมมองระดับโลกและความเชี่ยวชาญในระดับภูมิภาคของคณาจารย์ชั้นนำผ่านการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง ลงลึกในเรื่องศักยภาพและการพัฒนา Agentic AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจาะลึกกรณีศึกษา รวมถึงฝึกทักษะการออกแบบ Prompt และการสร้าง AI Prototype เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

อาจารย์ผู้สอน Sasin AI Turbo ได้แก่ Dr. Karl Schmedders อาจารย์ด้านการเงินจาก IMD (International Institute for Management Development) ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเงิน และการประยุกต์ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล และยังเป็น Visiting Professor ที่ Kellogg School of Management โดยจะสอนร่วมกับ ดร. พิณนรี ธีร์มกร อาจารย์ประจำศศินทร์ นักยุทธศาสตร์ AI และผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเชิงคำนวณ ปัญญาประดิษฐ์ และวิทยาการข้อมูล นอกจากการเรียนรู้จากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำแล้ว ผู้เข้าอบรมยังจะได้เยี่ยมชมองค์กรเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ AI ในองค์กรธุรกิจ อีกหนึ่งไฮไลต์ของหลักสูตรฯ คือ Sasin Turbo Talk ๶ซสชัȨิเศษที่ผู้๶ชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจะมาร่วมบรรยายและแบ่งปันประสบการณ์ตรงให้กับผู้๶รียน

“หลักสูตรนี้จะพาผู้เรียนสำรวจความสามารถที่แท้จริงของ AI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้เรียนจะได้พัฒนาทักษะในการมองหาโอกาสที่ AI สามารถเติบโตไม่ใช่แค่ในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติจริงกับธุรกิจในภูมิภาค” ดร. พิณนรี กล่าวเน้นย้ำถึงสิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับจากหลักสูตร

Sasin AI Turbo ผสานรูปแบบการเรียนทั้งแบบ Face to Face และออนไลน์ ซึ่งประกอบด้วย Turbo Week ที่ผู้เรียนจะต้องมาเรียนแบบ Face to Face ที่ศศินทร์ เป็นการเรียนที่เข้มข้นแบบเจาะลึกตลอดหนึ่งสัปดาห์ มุ่งสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ครบถ้วนผ่านเวิร์กชอป การวิเคราะห์กรณีศึกษา และการแลกเปลี่ยนกับคณาจารย์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ในช่วง Pre-Turbo ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ออนไลน์ด้วยตนเอง ควบคู่ไปกับการเรียนออนไลน์สดผ่าน Zoom จำนวน 3 ครั้ง (ครั้งละ 2 ชั่วโมง) เพื่อการเตรียมความพร้อมในด้านเนื้อหา และสร้างความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมรุ่นก่อนเริ่มต้น Turbo Week

ส่วนช่วง Post-Turbo จะปิดท้ายด้วยการทำโครงการและการสะท้อนความคิดร่วมกันจากการทำงานกลุ่ม โดยใช้เวลาเรียนออนไลน์สดผ่าน Zoom 2 ครั้ง (ครั้งละ 2 ชั่วโมง) หลักสูตรนี้จึงตอบโจทย์ผู้บริหารหรือมืออาชีพที่ต้องการพัฒนาความรู้อย่างคุ้มค่ามากที่สุดในเวลาระยะสั้น

“AI เป็นสิ่งจำเป็นในการก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าในยุคที่เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลักสูตรนี้จะแสดงให้คุณเห็นว่า AI ทำงานอย่างไรในด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เพื่อช่วยให้คุณมองเห็นโอกาสรวมถึงความเสี่ยงสำหรับองค์กรของคุณ” Dr. Karl กล่าว

หลักสูตรเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ – 26 เมษายน 2569

สนใจสมัครเรียนวันนี้ ติดต่อ อีเมล sasin.next@sasin.edu หรือโทร 094-671-5797

๶กี่ยวกับศศินทร์

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Sasin School of Management เป็นสถาบันสอนบริหารธุรกิจหลักสูตรนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Kellogg School of Management และ The Wharton School วิสัยทัศน์ (Vision) ของศศินทร์คือการเป็นสถาบันการจัดการชั้นนำระดับโลกสำหรับโลกแห่งอนาคต และมีพันธกิจ (Mission) ในการสร้างแรงบันดาลใจ (inspire) เชื่อมต่อ (connect) และเปลี่ยนแปลง (transform) เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้น ฉลาดขึ้น และยั่งยืนขึ้น (for a better, smarter, sustainable world) สร้างผู้บริหารที่จะสร้างอิมแพคเชิงบวกให้กับโลกนี้ ด้วยการเป็นผู้นำสำหรับโลกแห่งอนาคต

The post ศศินทร์ เปิดหลักสูตรระยะสั้น Sasin AI Turbo พลิกโฉมธุรกิจด้วย Agentic AI appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
ศศินทร์จัด Open House วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 /news/271777/ Mon, 17 Nov 2025 00:00:00 +0000 สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ขอเชิญผู้ที่สนใจสมัครเรียนในปีการศึกษา 2569 ร่วมงาน Sasin Open House ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00-12.00 น. ณ ศศินทร์ จุฬาฯ ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรของศศินทร์ ทั้ง Flexible MBA, Executive MBA และ DBA ภายในงานยังมีนิสิตปัจจุบัน นิสิตเก่า และคณาจารย์ศศินทร์ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนการสอนตามโปรแกรมที่สนใจ ลงทะ๶บียนได้ที่ https://tinyurl.com/yad4fknd

The post ศศินทร์จัด Open House วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ขอเชิญผู้ที่สนใจสมัครเรียนในปีการศึกษา 2569 ร่วมงาน Sasin Open House ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00-12.00 น. ณ ศศินทร์ จุฬาฯ

ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรของศศินทร์ ทั้ง Flexible MBA, Executive MBA และ DBA ภายในงานยังมีนิสิตปัจจุบัน นิสิตเก่า และคณาจารย์ศศินทร์ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนการสอนตามโปรแกรมที่สนใจ

ลงทะ๶บียนได้ที่

The post ศศินทร์จัด Open House วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ระหว่างสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์แห่งจุฬาฯ และ HSE Graduate School of Business /news/268756/ Tue, 04 Nov 2025 00:00:00 +0000 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ศาสตราจารย์ เอียน เฟนวิค (Professor Ian Fenwick) ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) และศาสตราจารย์ คัตคาโล วาเลรี (Professor Katkalo Valery) ผู้อำนวยการ HSE Graduate School of Business (HSE GSB) ประเทศรัสเซีย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านการวิจัยและโครงการทางการศึกษา ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ และ HSE Graduate School of Business (HSE GSB) จัดขึ้น ณ งานประชุม Asia-Pacific Responsible Research Summit ซึ่งจัดโดยศศินทร์ โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เยฟเจนี โทมิคิน […]

The post พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ระหว่างสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์แห่งจุฬาฯ และ HSE Graduate School of Business appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ศาสตราจารย์ เอียน เฟนวิค (Professor Ian Fenwick) ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) และศาสตราจารย์ คัตคาโล วาเลรี (Professor Katkalo Valery) ผู้อำนวยการ HSE Graduate School of Business (HSE GSB) ประเทศรัสเซีย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านการวิจัยและโครงการทางการศึกษา ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ และ HSE Graduate School of Business (HSE GSB) จัดขึ้น ณ งานประชุม Asia-Pacific Responsible Research Summit ซึ่งจัดโดยศศินทร์ โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เยฟเจนี โทมิคิน (His Excellency Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ๶ป็ȨระธาȨȨิธี

บัȨึกข้อตกลงความร่วมมือȨ้มีวัตถุประสงค์เพื่อ๶สริมสร้างความร่วมมือึϹานการวิจัยและพัฒȨโครงการทางการศึกษาึϹานการบริหารธุรกิจระหว่างทั้งสองสถาบัน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์เพื่อดำเนินการวิจัย การเรียนการสอน และพัฒนาวิชาชีพร่วมกัน รวมถึงจัดโครงการศึกษาดูงานสำหรับผู้นำธุรกิจชาวรัสเซียและชาวไทย เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและธุรกิจ ระหว่างประเทศรัสเซียและประเทศไทย

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถาบันธุรกิจแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลทั้งจาก AACSB และ EQUIS อีกทั้งยังเป็นสถาบันธุรกิจแห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่ได้รับการจัดอันดับใน Financial Times 2025 Top 100 Executive MBA

ขณะที่ HSE Graduate School of Business (HSE GSB) เป็นสถาบันธุรกิจชั้นนำของประเทศรัสเซีย ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศอย่างต่อเนื่องจากทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MoU) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 อาคารศศปาฐศาลา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์แห่งจุฬาฯ

The post พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ระหว่างสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์แห่งจุฬาฯ และ HSE Graduate School of Business appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>
บทความพิเศษศศินทร์ จุฬาฯ : ปลดล็อกผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง “T*Factor” ของไทย กำหนดนิยามใหม่ของการไม่แบ่งแยกในระดับโลก /news/267838/ Wed, 29 Oct 2025 00:00:00 +0000 กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ท่ามกลางกระแสการถกเถียงเรื่อง “ความหลากหลายและการไม่แบ่งแยก” ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ งานวิจัยจากประเทศไทยกำลังจะกำหนดนิยามใหม่ของ “ความเป็นผู้นำ” ดร.ดรูว์ บี. มัลลอรี (Dr. Drew B. Mallory) อาจารย์และนักวิจัยจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ได้เปิึϹผยงาȨิจัย “T*Factor” ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดเชิงปฏิวัติที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกไม่เคยปรากฏมาก่อนเกี่ยวกับศักยภาพความเป็นผู้นำของมืออาชีพที่เป็นทรานส์เจนเดอร์และนอนไบนารี (ทรานส์*) งานวิจัยนี้ไม่ใช่แค่บทความทางวิชาการทั่วไป หากแต่เป็นการศึกษาครั้งแรกของโลกในหลายๆ แง่มุม ทั้งเป็นการวิจัยเชิงลึกครั้งแรกของผู้นำทรานส์* ทั่วโลก  และเป็นครั้งแรกที่มุ่งเน้นไปที่มืออาชีพที่เป็นทรานส์ ในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับบริบทของประเทศไทยโดยเฉพาะ ดร.มัลลอรีกล่าวว่า ผลการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณสมบัติที่โดดเด่นของผู้นำทรานส์* ได้แก่ ความยืดหยุ่น ความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง และความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence: EQ) ซึ่งหล่อหลอมให้เกิดแนวทางความเป็นผู้นำแบบองค์รวม ที่ประสานสติปัญญาเข้ากับปัญญาทางอารมณ์อย่างสมดุล “งานวิจัยนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับความเข้าใจทั่วไปเกี่ยวกับผู้นำเท่านั้น แต่ยังเปิดมุมมองใหม่ต่อประสบการณ์ชีวิตของกลุ่มคนที่มักถูกมองข้าม” ดร.มัลลอรีกล่าว “ศศินทร์ในฐานะสถาบันการศึกษาที่ริเริ่มต่อโครงการ IDEALS ทำให้การศึกษานี้เกิดขึ้นได้ และยังเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า Inclusion ไม่ใช่เพียงเรื่องจริยธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและประสิทธิภาพขององค์กรได้อย่างแท้จริง” โครงการ […]

The post บทความพิเศษศศินทร์ จุฬาฯ : ปลดล็อกผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง “T*Factor” ของไทย กำหนดนิยามใหม่ของการไม่แบ่งแยกในระดับโลก appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ท่ามกลางกระแสการถกเถียงเรื่อง “ความหลากหลายและการไม่แบ่งแยก” ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ งานวิจัยจากประเทศไทยกำลังจะกำหนดนิยามใหม่ของ “ความเป็นผู้นำ” ดร.ดรูว์ บี. มัลลอรี (Dr. Drew B. Mallory) อาจารย์และนักวิจัยจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ได้เปิึϹผยงาȨิจัย T*Factor” ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดเชิงปฏิวัติที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกไม่เคยปรากฏมาก่อนเกี่ยวกับศักยภาพความเป็นผู้นำของมืออาชีพที่เป็นทรานส์เจนเดอร์และนอนไบนารี (ทรานส์*)

งานวิจัยนี้ไม่ใช่แค่บทความทางวิชาการทั่วไป หากแต่เป็นการศึกษาครั้งแรกของโลกในหลายๆ แง่มุม ทั้งเป็นการวิจัยเชิงลึกครั้งแรกของผู้นำทรานส์* ทั่วโลก  และเป็นครั้งแรกที่มุ่งเน้นไปที่มืออาชีพที่เป็นทรานส์ ในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับบริบทของประเทศไทยโดยเฉพาะ ดร.มัลลอรีกล่าวว่า ผลการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณสมบัติที่โดดเด่นของผู้นำทรานส์* ได้แก่ ความยืดหยุ่น ความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง และความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence: EQ) ซึ่งหล่อหลอมให้เกิดแนวทางความเป็นผู้นำแบบองค์รวม ที่ประสานสติปัญญาเข้ากับปัญญาทางอารมณ์อย่างสมดุล

“งานวิจัยนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับความเข้าใจทั่วไปเกี่ยวกับผู้นำเท่านั้น แต่ยังเปิดมุมมองใหม่ต่อประสบการณ์ชีวิตของกลุ่มคนที่มักถูกมองข้าม” ดร.มัลลอรีกล่าว “ศศินทร์ในฐานะสถาบันการศึกษาที่ริเริ่มต่อโครงการ IDEALS ทำให้การศึกษานี้เกิดขึ้นได้ และยังเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า Inclusion ไม่ใช่เพียงเรื่องจริยธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและประสิทธิภาพขององค์กรได้อย่างแท้จริง”

โครงการ IDEALS (Inclusion, Diversity, Equity, and Access to Learning at Sasin) ที่ศศินทร์เชื่อว่าการศึกษาและธุรกิจที่ไม่แบ่งแยกคือรากฐานแห่งความเป็นเลิศและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ในยุคที่กระแสต่อต้านทรานส์* ทวีความรุนแรงในบางภูมิภาคของโลก “T*Factor” จึงกลายเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณค่าและศักยภาพของผู้นำทรานส์ ที่มีต่อองค์กรและสังคมในมุมมองที่สร้างสรรค์และทรงพลัง

T*Factor: ความเป็นผู้นำที่หล่อหลอมจากความยืดหยุ่น

งานวิจัย “T*Factor” เกิดจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้นำทรานส์ 16 คนจากหลากหลายภาคส่วนในประเทศไทย เพื่อทำความเข้าใจว่าพวกเขาใช้ประสบการณ์ชีวิตและอัตลักษณ์ที่ซับซ้อนในการสร้างเส้นทางสู่ความเป็นผู้นำอย่างไร กรอบแนวคิดนี้แสดงให้เห็นว่า ความเป็นผู้นำของทรานส์* ชาวไทยได้รับอิทธิพลจากองค์ประกอบทางวัฒนธรรม พฤติกรรม และคุณค่าภายในที่ผสมผสานกันอย่างลึกซึ้ง

ผู้นำทรานส์* เหล่านี้แสดงให้เห็นถึง “ความยืดหยุ่นที่ไม่แตกหัก” ซึ่งไม่ได้เกิดจากการเอาชนะอุปสรรคเพียงอย่างเดียว แต่จากการเปลี่ยนความท้าทายทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นพลังแห่งการเติบโต ภายใต้กรอบความเชื่อแบบไทย เช่น “กรรม” หรือ “เกรงใจ” พวกเขาได้สร้างสมดุลระหว่างการรักษาความสุภาพอ่อนน้อมกับการยืนยันคุณค่าของตนเองอย่างมั่นคง ความจริงใจเชิงสัมพันธ์ของผู้นำเหล่านี้จึงเป็นเสมือน “ความฉลาดทางวัฒนธรรม” ที่ทำให้พวกเขาสามารถเคลื่อนไหวในบริบทสังคมไทยอย่างชาญฉลาดและมีศักดิ์ศรี ประสบการณ์ของการถูกกีดกันยังหล่อหลอมให้ผู้นำทรานส์* มีความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้งและมี EQ สูง พวกเขาสามารถสื่อสารอย่างละเอียดอ่อน รักษาสมดุลระหว่างความตรงไปตรงมากับความเข้าใจผู้อื่น และสร้างความสัมพันธ์แบบ “ครอบครัวที่เลือก” (chosen family) ในที่ทำงานแทนโครงสร้างลำดับชั้นแบบดั้งเดิม หลายคนมองว่าความเป็นผู้นำของตนเองคือการเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างหนึ่ง โดยมุ่งหวังที่จะสร้างความเท่าเทียมและการเป็นตัวแทนในทุกมิติของสังคม

ประเทศไทย: แสงสว่างแห่งความเป็นผู้นำที่ครอบคลุมไม่แบ่งแยก

เส้นทางของประเทศไทยสู่การไม่แบ่งแยกมีรากฐานทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและโดดเด่น แตกต่างจากหลายประเทศตะวันตกที่ยังถกเถียงเรื่องการยอมรับบุคคลทรานส์* สังคมไทยมีประวัติศาสตร์ของความหลากหลายทางเพศที่หยั่งรากมาหลายศตวรรษ ทั้งจากอิทธิพลของประเพณีพื้นบ้านและพุทธศาสนา คำว่า “กะเทย” ในภาษาไทยดั้งเดิมเองก็เคยหมายถึง “เพศที่สาม” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในอัตลักษณ์ที่เกินกว่าขอบเขตของชายและหญิงมาอย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังชี้ให้เห็นถึง “ความขัดแย้งของความอดทน” ในขณะที่ประเทศไทยได้รับการยกย่องว่าเปิดกว้างต่อ LGBTQI+ แต่การยอมรับนั้นยังคงควบคู่ไปกับการตีตราเชิงวัฒนธรรม การเลือกปฏิบัติอย่างแฝง และการขาดการคุ้มครองทางกฎหมายที่เพียงพอ ข้อมูลจาก UNDP ปี 2562 ระบุว่า แม้ 88% ของคนไทยยอมรับบุคคล LGBTQI+ นอกครอบครัว แต่มีเพียง 75% ที่ยอมรับเมื่ออยู่ในครอบครัวเดียวกัน และมากถึง 70% ของบุคคลทรานส์* เคยประสบปัญหาการเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน

ถึงกระนั้น ประเทศไทยยังคงก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ประเทศไทยได้ประกาศใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม อย่างเป็นทางการ กลายเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศที่สองในเอเชียที่ให้สิทธิสมรสเพศเดียวกัน กฎหมายฉบับนี้ไม่เพียงเป็นชัยชนะทางสิทธิมนุษยชน แต่ยังนำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล จากการศึกษาของ Agoda ในปี 2025 คาดว่าการเปิดรับความหลากหลายนี้จะสร้างงานกว่า 152,000 ตำแหน่ง เพิ่ม GDP ราว 0.3% และดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่า 4 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การไม่แบ่งแยกอย่างแท้จริงยังต้องอาศัยความก้าวหน้าทางนโยบายเพิ่มเติม โดยเฉพาะการออก ร่างพระราชบัญญัติรับรองเพศ ซึ่งจะช่วยให้บุคคลทรานส์* สามารถใช้ชื่อและเพศตามอัตลักษณ์ของตนในเอกสารราชการได้อย่างถูกต้อง ผู้เข้าร่วมการศึกษาหลายคนสะท้อนว่า “การรับรองเพศทางกฎหมายสำคัญยิ่งกว่าการสมรสเท่าเทียมเสียอีก” การมีกฎหมายดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศไทยก้าวพ้นจาก “ความอดทน” ไปสู่ “การไม่แบ่งแยกที่แท้จริง” ซึ่งสอดคล้องกับรากวัฒนธรรมไทยและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล

การเรียกร้องสู่การ๶ปลี่ยนแปลงระึϸบโลก

ในยุคที่แนวคิดด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการไม่แบ่งแยก (Diversity, Equity, Inclusion: DEI) กำลังเผชิญความท้าทาย “T*Factor” ได้เสนอคำตอบเชิงกลยุทธ์ที่มีพลังต่อองค์กรทั่วโลก ดร.มัลลอรี  ชี้ให้เห็นว่า การเข้าใจและสนับสนุนศักยภาพของผู้นำทรานส์ ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นด้านความยืดหยุ่น ความเห็นอกเห็นใจ และการสื่อสารที่เปี่ยมพลัง จะช่วยให้องค์กรสร้างนวัตกรรมและความยั่งยืนได้มากขึ้น

นอกจากนี้ งานวิจัยยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีโครงการพัฒนาและการให้คำปรึกษาเฉพาะทาง สำหรับผู้นำทรานส์* เพื่อสร้างโอกาสเท่าเทียมกับผู้นำกลุ่มอื่น ๆ ศศินทร์และพันธมิตรได้ร่วมกันพัฒนา “ชุดเครื่องมือการไม่แบ่งแยกสำหรับประเทศไทย (Thailand Inclusion Toolkit)” ซึ่งรวมแนวทางเชิงนโยบายและการอบรมที่ปรับให้เข้ากับบริบททางวัฒนธรรมไทย เพื่อช่วยองค์กรต่าง ๆ ส่งเสริมความครอบคลุมอย่างแท้จริง

คุณนิกกี้ ภิญญาปิญชาน์ ผู้ก่อตั้ง TransTalents Consulting Group และผู้ร่วมงานกับ ดร.มัลลอรี กล่าวว่า “งานวิจัยนี้ไม่เพียงยืนยันประสบการณ์ชีวิตของมืออาชีพทรานส์* แต่ยังช่วยรื้อถอนภาพเหมารวมที่ขัดขวางศักยภาพของพวกเขา การลงทุนในความสามารถของบุคคลทรานส์* ไม่ใช่แค่การกระทำทางจริยธรรมขององค์กร แต่คือการปลดล็อกพลังแห่งนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้จริง”

ศศินทร์: ศูนย์กลางของความเป็นผู้นำที่ครอบคลุมไม่แบ่งแยก

“T*Factor” สะท้อนถึงบทบาทของสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาผู้นำธุรกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน งานวิจัยนี้เป็นหนึ่งในโครงการแรกที่เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของโครงการ IDEALS และแสดงให้เห็นว่าการมุ่งเน้นเรื่องความเท่าเทียมและการไม่แบ่งแยกสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้

ด้วยการเปิดเผยศักยภาพของผู้นำทรานส์* ชาวไทย ที่เปลี่ยนข้อจำกัดเชิงระบบให้เป็นพลังแห่งความสร้างสรรค์ ศศินทร์ได้แสดงให้เห็นว่าความครอบคลุมและไม่แบ่งแยกไม่เพียงทำให้สังคมมีความเท่าเทียมกันเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางความเป็นผู้นำระดับโลกที่แท้จริง

อ่านงาȨิจัยฉบับ๶ต็มไึϹ

The post บทความพิเศษศศินทร์ จุฬาฯ : ปลดล็อกผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง “T*Factor” ของไทย กำหนดนิยามใหม่ของการไม่แบ่งแยกในระดับโลก appeared first on จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

]]>